| Bkk Horizon's profileBangkokian's HorizontaryPhotosBlogLists | Help |
|
|
April 17 แก่ ๆ แล้วก็ต้องมีเรื่องปวดหัวมากอย่างนี้หล่ะเออ เข้าไปอ่านใน space ของเรา
มันส์จริง ๆ (แต่ขอไม่เป็นคนประสบเอง เพราะคงมันส์ไม่ออก)
หวังว่าจะจบลงด้วยดี (อย่าเพิ่งถูกอุ้ม เพราะว่าเรายังไม่ได้กินกาแฟกันเลย จำได้บ่?)
หยุดยาวแบบนี้ ได้ไปไหนบ้างไหม
พี่ก็เรื่อยเปื่อยไป ๆ มา ๆ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล (อ่านไปอ่านมาแล้วงงไหม 55555 )
ช่วงนี้งง ๆ เบื่อ ๆ อยากอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่อยากทำอะไร
ไม่รู้เพราะว่าอะไร
อาจเพราะเบื่อ (ไม่อยากบอกว่าเบื่อเรื่องอะไร ...... บังเอิญเป็นเรื่องที่เบื่อไม่ได้หรอก)
เลยไม่ค่อยมี energy ทำอะไร
จริง ๆ ก็ไปเปลี่ยนบรรยากาศมา แต่ก็ไม่หาย
กลับเป็นมากกว่าเดิม
..
..
..
เบื่อ
เบื่อ
เบื่อ
..
..
..
โต ๆ แล้วมีเรื่องให้คิดเยอะจัง มากมายจนงงไปหมดว่าจะคิดเรื่องไรก่อนดี
เต็มหัวไปหมด.....
แล้วก็รู้สึกหัวหนัก ๆ ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าทำไงให้มันหายหนักหัว
..
..
..
บ่น
บ่น
บ่น
..
..
..
แก่แล้วนะ
แก่แล้วนะ
แก่ทุกวินาที
ไม่กลัวแก่
แต่กลัวไม่ได้ทำอย่างที่อยากจะทำ
กลัวไม่มีวันนั้น
..
..
..
กลัว
กลัว
กลัว
..
..
..
March 21 สิ่งกีดขวางIntro:
เห็นบอกว่าพวกเราเข้ามาตอบเมลล์กันช้ามาก ๆ (มากกว่าที่เคยเป็นมา)
สงสัยจะจริง เพราะมัวแต่ไปเที่ยวเล่นที่อื่น
เอาเป็นว่าตอนนี้จะพยายามมาพูดคุยกันมากขึ้นดีไหม
เริ่มเลยละกันนะ
--------------------------------------------------------------------------
สิ่งกีดขวาง Music : อภิชาติ พรมรักษา (หมู)
Lyrics : ขจรเดช พรมรักษา (กบ) Arrangement : BiG AsS หากฉัน เลือกที่จะยื้อต่อไป ก็ยิ่งทำให้เธอสับสน
ก็รู้ ฉันกลายเป็นเพียงใครบางคน ที่เป็นคนขวางทางเธอ ความรัก เมื่อมันต้องเริ่มจืดจาง คนอย่างฉัน ก็คือส่วนเกิน วันนี้ เหลือเพียงหนึ่งทางที่จะเดิน ..คือต้องเดินไปจากเธอ ไม่เป็นไร ฉันคงไม่เป็นไร เจ็บแค่ไหน..ที่สุดจะคุ้มกว่า ในวันนี้..ฉันขอเป็นคนบอกลา ดีกว่าเป็นคนที่กีดขวาง *อยากบอกว่ารัก.. ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ฉัน.. จำต้องบอกลา อยากบอกว่ารัก.. รักเธอเสมอ ก่อนจะเดิน..ไปทั้งน้ำตา
จบกันเสียที รักอันยิ่งใหญ่ ไม่มีอีกแล้ว.. ฝันอันยาวไกล ชีวิตฉันต้องเริ่มใหม่ กับการไม่มีเธอ
ก่อนนั้น เธอเคยมีค่าอย่างไร ในวันนี้ ยังเป็นอย่างนั้น จากนี้ แม้มันต้องทนทรมาณ ฉันจะทนมันให้ไหว
ไม่เป็นไร ฉันคงไม่เป็นไร เจ็บแค่ไหน..ที่สุดจะคุ้มกว่า
ในวันนี้..แม้ต้องลาจากด้วยน้ำตา.. ดีกว่าเป็นเพียงสิ่งกีดขวาง
ซ้ำ *
กับการไม่เหลือใคร
แต่ก่อนจะจากไป
จำไว้ฉันรักเธอ
------------------------------------------------------------------------------------
นี่ขนาดไม่ได้อินนะเนี่ย
ไม่รู้ว่าสองพี่น้อง กบ/ หมู Big Ass เขาคิดอะไร
แต่งเพลงออกมาแบบว่า.........
3 บรรทัดสุดท้าย
ตายไปเลย
ว่าไหม
------------------------------------------------------------------------------------
ปล. ถ้าช่วงนี้พี่เพ้อเจ้อเรื่อง Big Ass มากไปหน่อยก็อย่าว่ากันหล่ะ เพิ่งไปดูคอนเสิร์ตใหญ่มา
นาน ๆ ทีจะได้พูดถึง Hero ในดวงใจ
มันต้องเน้น ๆ หน่อย
ไปละ เดี๋ยวยาว 5555
February 26 พี่เดินอ้อมบ้างในบางครั้งเอาแบบตรงๆ ก่อนนะ
พี่ไม่ค่อยเดินอ้อม เว้นแต่ว่าอยากหาเรื่องเที่ยวจริง ๆ
แม้ว่าบางทีพี่ไม่รีบ พี่ก็ยังคงเดินเส้นทางเดิม มันง่ายดี เหมือนไม่ต้องจำอะไรมาก (เหมือนหลับตาเดินยังได้เลย)
เพียงแค่ว่าอาจแวะดูอะไรข้างทางบ้างก็เท่านั้นเอง (เวลารีบ ๆ พี่ก็เดินดุ่ย ๆ ไม่มองข้างทาง)
เหตุผลที่ไม่ค่อยเดินอ้อม เพราะว่ามันเสียเวลา / มันไกลขึ้น / เมื่อย 555
เอาแบบอ้อม ๆ (พูดเป็นนัย)
พี่พูดจาอ้อมค้อมบ้าง...
ในบางทีที่ไม่อยากทำร้ายน้ำใจใคร ในบางทีที่อยากบอกเป็นนัย ๆ
พูดไม่บ่อยเท่าไหร่ เพราะเป็นคนพูดตรง ๆ หุหุหุ
บางคนก็เข้าใจ
บางคนก็ไม่เข้าใจ ... เลยต้องพูดตรง ๆ ไปในบางที
สรุปว่าแล้วแต่เรื่องมั้งกี้
บางเรื่องพี่ก็ตรงจนน่าใจหาย
บางเรื่องพี่ก็อ้อม.... จนคนที่ฟังเขาไม่เข้าใจสักที ... เลยต้องมีบางที่เปลี่ยนนโยบายเป็นพูดตรงๆ ก็ได้วะ
5555
ปล. ขออภัยที่ตอบช้าไปหน่อย พี่มัวแต่ไปเที่ยวเล่นที่อื่นมากไปหน่อย
โดยเฉพาะที่ space ของตัวเอง
January 22 แค่ความรัก DDT Superbandหวัดดีกี้
ขอ skip หัวข้อเดิมไปก่อนนะ เพราะว่ามาถึงตอนนี้พี่จำไม่ค่อยได้ว่าอยากเขียนต่อว่าอะไร 555
อารมณ์นั้นหายไปไหนไม่รู้ ไว้ build ใหม่แล้วจะมาสานต่อนะ
วินาทีนี้พี่คงต้องขอเขียนเพลงนี้ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ใน space ของพวกเราเสียหน่อย
เคยได้ยินเพลงนี้ไหมกี้ .... ฟังแล้วมีความสุขดี
ชื่อเพลงว่า "แค่ความรัก" ของ DDT superband
ออกมาได้เป็นปีแล้วมั้ง แต่ว่าพี่เพิ่งได้ยิน .... ช้าอีกแล้ว หุหุหุ
วงนี้สมาชิกเยอะมาก ไม่เชื่อลองดูรายชื่อข้างล่างนี่ซิ
Superband (เฉพาะเพลงแค่ความรัก) ประกอบด้วย
กบ Big Ass (คำร้อง)
อ๊อฟ Big Ass (เรียบเรียง)
เบน ชลาทิศ (ร้องนำ) พี่นอ Pause/Crescendo (เบส )
ชัช Bodyslam (กลอง) ปั๊ม Apartmentฯ (กีต้าร์)
ชาตรี คงสุวรรณ (กีตาร์ โซโล่รับเชิญ)
Cyndi Seui (Loop & Synthesizer)
โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ (Electric Piano) เป็นไง นี่พี่ยังไม่ sure ว่ามีใครมาแจมเพิ่มอีกไหม แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว
ลองไปหาฟังดูนะกี้ ในเว็บมีให้ฟังเพียบ
เอาหล่ะ ไปอ่านเนื้อเพลงกัน
"วันดีดี ทุกๆวันคือวันดีดี ฉันมีความสุขทุกนาที เพราะมีเธอ
เธอทำให้ฉันรู้ว่า ว่าโลกใบนี้งดงามเท่าไร
อยากจะมีของขวัญให้เธอดีใจ ถึงแม้มันไม่เหมือนใครๆ ขออภัย อาจดูว่ามันไร้ค่า แต่อยากจะยกให้เธอได้ไหม * ก็ฉันมีเพียงแค่ความรัก ก็รักของฉันให้เธอรับไป จะได้ไหม
และแม้ฉันมีเพียงแค่ความรัก แต่ฉันก็จะยกให้เธอทั้งใจ อาจไม่เลิศเลอเหมือนใคร แต่ก็เต็มใจให้เธอ อยู่ดีดี ฉันก็เจอแต่คนดีดี คุ้มเหลือเกินกับกับชีวิติที่มี คุ้มจริงๆ อยากมีของขวัญล้ำค่า แต่คนอย่างฉันก็มีเท่านี้ ซ้ำ */*
อยากให้เก็บไว้นะเธอ"
จะเอาเพลงนี้ไปให้สาวก็ได้นะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์
ปล. ว่าแต่ว่า เราใช้เพลงนี้เป็นเพลงใน space เราได้ไหมกี้ ปีใหม่แล้ว ก็ควรมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง 5555 ไม่ค่อยลำเอียงเล้ย
December 21 ดินแดนแห่งรักเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนอินในเรื่องอะไรบางอย่างช้าถึงช้ามาก
ถ้าพี่จำไม่ผิด เพลงนี้คงเคยเขียนอยู่ใน space ของเรานานมากแล้ว
(เหมือนๆ กับเพลง "ชิน" ที่พี่เพิ่งอิน แต่อาจ out สำหรับเราไปแล้ว)
จริง ๆ วันนั้นที่ไปดูคอนเสิร์ตก็ได้ฟังเพลงนี้
แต่ก็นั่นหล่ะ บทคนมันจะอินช้า มันก็ช้าจริง ๆ
เพิ่งมีโอกาสได้ฟังเนื้อเพลงชัด ๆ เมื่อหลายคืนก่อน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม บี Crescendo ถึงบอกว่าเป็นเพลงที่เขารักมากที่สุด
นอกเหนือไปจากการที่ได้แต่งเพลงนี้ร่วมกับภรรยาของเขา
คงเป็นเพราะเนื้อหาของเพลงนั่นหล่ะ
เพลงนี้ทำให้พี่รู้สึกอะไรได้หลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวกับผู้ชายในเพลงนี้
" คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดสักแห่ง คงมีใครสักคนรออยู่ตรงนั้น"
" คงมีความหมายใดซ่อนอยู่กับการรอคอยที่แสนนาน คงจะมีสักวันฉันคงได้เจอ"
" จะขอเอาคำว่ารักทุกคำที่ฉันได้เคยเอ่ย ขอมันคืนจากใครที่เคยผ่านเข้ามา
จะขอรวมคำว่ารักคำนี้ ทวีความหมายและคุณค่า ขอมันมามอบไว้ให้เธอผู้เดียว"
หลาย ๆ ทีที่เพลงประเภทนี้ถูกมองว่าเป็นเพลงของคนที่ช่างฝัน (หวังแบบลม ๆ แล้ง ๆ )
แต่พี่ว่าบางที มนุษย์ก็มีกำลังใจอยู่ได้ด้วยความหวังนี่หล่ะ
เพียงแค่ว่า...
เราอาจต้องเตรียมใจไว้บ้าง เผื่อความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้น
ก็เท่านั้นเอง
ปล.
(ล่วงหน้าไปสักหน่อย เผื่อว่าช่วงอาทิตย์หน้าพี่ไม่ว่างมา say hi ใน space นี้)
December 07 อิทธิฤทธิ์ของ Crescendo and Groove Riderสวัสดีเจ้าน้องชาย
ไม่ได้คุยกันนานเลยนะเนี่ย
พี่ก็เห็นว่าเราเข้ามา post เรื่องที่จะคุยกันตั้งนานละ
เอาเป็นว่าพี่ขอแซงหน้าก่อนแล้วกันนะ 555
เมื่อวานพี่ไปดูคอนเสิร์ตมา (ไม่รู้ว่าเราไปดูเหมือนกันหรือเปล่า)
เป็นคอนเสิร์ตการกุศล รายได้เพื่อการวิจัยเรื่องสมอง
มีศิลปินหลายคน แต่ที่น่าสนใจก็คงเป็น Crescendo กับ Groove Rider นี่หล่ะ
เชื่อไหมว่า พี่เพิ่งจะได้ฟังสองวงนี้เล่นสด ๆ เป็นครั้งแรก
โอ้ พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก
ที่ผ่านมา เคยไปฟังแต่ดนตรีแนวป๊อป หรือไม่ก็ Rock
เพิ่งได้มาฟังแนวนี้ก็ครั้งนี้หล่ะ
จริง ๆ พี่ก็ไม่รู้หรอกว่าแนวอะไร
เอาเป็นว่าเป็นแนว Crescendo กับ Groove Rider ละกัน 555
ไม่สงสัยเลยว่าทำไมใคร ๆ ถึงปลื้ม Crescendo กับ Groove Rider กันนัก
เพิ่งประจักษ์ในอิทธิฤทธิ์ของสองวงนี้ก็คราวนี้เอง
คอนเสิร์ตจบตอน 4 ทุ่มครึ่งแต่ความประทับใจของคนดู (อย่างพวกพี่) ยังไม่จบ
ถ้ามีคอนเสิร์ตอีกเมื่อไหร่ ก็คงต้องได้เสียตังค์กันอีกทีแน่ ๆ
มีเพลงนึงของ Crescendo ที่พี่ฟังแล้วนึกถึงพวกเด็กขี้เหงา (รวมเราด้วยหล่ะ 555)
ไม่รู้ว่าเราเคยฟังหรือยังนะ
ชื่อเพลง "ความเหงาที่ไม่มีใครเข้าใจ" อยู่ album Second Chance
พี่ไม่ได้ฟังจากคอนเสิร์ตหรอกนะ แต่ว่าได้ยินจาก Fat Radio
เออ ชอบเลย .....
มีหลายครั้งบางที่เราก็ไม่แน่ใจในสิ่งที่อยู่ข้างตัว
ความลังเลทำให้ต้องถามตัวเองซ้ำ ๆ ตลอดเวลาว่า
"ใช่หรือยัง"
"แม้มีเธอเดินข้างกัน แม้ยังจับมือกันเหมือนเคย
แม้กายก็ยังสัมผัส แต่ไม่รู้ทำไมไม่เคยอุ่นหัวใจ
อย่างกับชีวิต ยังคงเติมไม่เต็ม
ถึงเธอจะบอกรักกัน ฉันเองก็ไม่เคยแน่ใจ
ว่าเธอคือคนที่ใช่ ผิดมากไหม ที่ใจกลับคิดอย่างนี้ไป
อยากจะหยุดคิด ก็ยังห้ามไม่ไหว
ก็เหงาและเหมือนไม่มีใคร กอดเธอไว้ยังคงคล้ายตัวคนเดียว
ก็เหงาใจ และคิดถึงไออุ่นจากคนไหนสักคนที่ฉันไม่แน่ใจ
ไม่รู้เลย"
หลายคนพูดว่า อยากมีใครสักทีจะได้ไม่เหงา
แต่พี่ว่า ความเหงามันไม่ได้หายไปเพียงแค่เรามีใครหรอก ....
เหมือนเพลงนี้ไง ....
"ความเหงาที่ไม่มีใครเข้าใจ"
ว่าไหมเจ้าน้องชาย
November 21 พรหมลิขิตเหม่อมองบนฟ้าไกล
จ้องมองด้วยความสงสัย
ว่าใครกันนะใคร
มีพาให้เธอหลงทางมาเจอกับฉัน
*มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุผลจริง ๆ ที่เราเจอกัน
จากเป็นคนไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ (อีกครั้ง)
**ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหมที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
ตกลงให้เรารักกันใช่ไหม
อย่างนั้นขอได้หรือไหม โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน นานถึงจนวันตาย
ฉันขอได้ไหม
เมื่อก่อนลมหายใจก็คิดว่าเป็นของฉัน
แต่พอได้พบเธอ ก็รู้จริง ๆ ลมหายใจคือเธอเท่านั้น ซ้ำ * /**
คนมีอีกตั้งล้านคน ไม่มีเหตุผลที่เเธอต้องเลือกฉัน
จากเป็นคนไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง
ซ้ำ **
By Big Ass October 27 คำถามที่อยากตอบIntro:
ทักทาย ทายทักนะกี้
คิดว่าเป็นเวลาหลายอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เข้ามาเจรจากับเราเลย
สาเหตุนั้นไม่ต่างจากเดิม แต่พี่ก็คิดว่าเราคงเหมือน ๆ กันหล่ะ
งานก็ยุ่ง เวลาก็เหลือน้อย เพราะว่าต้องเอาไปให้ "ใครคนนั้น" เสียแล้ว
จะยังไงก็ตาม .... ขออวยพรอย่างเป็นทางการ
Happy Happy นะน้อง
Get to the point:
วันนี้ไม่มีอะไรมาก เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน
เป็นอาทิตย์ของการเป็นที่ปรึกษา
หลายคนที่ไม่ได้คุยกันนานมาก ๆ
โทรเข้ามาหาพี่ จนพี่งงว่า อาทิตย์นี้คงเป็นอาทิตย์ที่เต็มไปด้วยปัญหาแน่ ๆ
ก็มันมีเรื่องมากมาย ตั้งแต่เรื่อง
ประดังประเดเข้ามา
แหม ... ไม่คิดว่า ตัวเองจะสารพัดประโยชน์ขนาดนี้เล้ย
หลายเรื่องพี่ก็ตอบไป บางเรื่องไม่รู้ ก็เลยแนะนำให้ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ (กว่า) ดีกว่า
เดี๋ยวตอบไป แล้วเป็นเรื่องขึ้นมาพี่จะแย่
แต่...
มีอยู่ 2 คำถามที่พี่เองหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด
ก็มีคำตอบในใจที่อยากตอบ แต่เกรงว่าจะเป็นการทำลายกำลังใจ (ที่เหลือน้อยนิด) จนเกินไป
เลย..... ไม่ตอบดีกว่า
รอให้เจ้าตัวไปศึกษา case ตัวเองมาให้ดีกว่านี้
พี่คิดว่าหลังจากที่ตรึกตรองดีแล้ว เขาคงได้คำตอบเองหล่ะ
คือเขาถามพี่ว่า ....
1. คำถาม: "แต่ถ้าต้องมีวันหนึ่ง เราบังเอิญต้องลาจาก อยากรู้จะเกิดอะไร ถ้าต้องอยู่ห่างกันนาน ๆ
เธอจะลืมคำพูดของเธอหรือเปล่า ที่บอกว่ารักฉัน เธอจะลืมมันไหม เมื่อเราต้องห่างไกลแสนไกล
เธอจะลืมไหม เธอจะลืมไหม สำหรับฉันไม่เคยลืม
ไม่มีวันที่ฉันจะเป็นอื่นไป เธอเหมือนกันไหม" คำตอบ: "เพียงสัญญาปากเปล่า เพียงแค่ลมปากเป่า
อย่าให้ใจมันติดค้าง ความรักมีก่อเกิด มันก็มีวันจาง อย่า ๆ คิดมากอีกเลย"
2. คำถาม "แต่ตอนนี้ คนที่เอาแต่ผลักไส ปวดหัวใจ มองอะไรก็เป็นภาพเธอ
จบไปก็นาน ห่างกันก็ไกล แต่ใจทำไมยังรัก
และคิดทุกวัน ว่าอยากย้อนไป ทำอะไรดี ๆ ให้เธอ
ผิดเองที่รู้ตัวช้า ที่จริงรักเธอเสมอ
ขาดเธอเพิ่งรู้ว่าฉันก็ไม่เหลืออะไร"
คำตอบ "ช้าไปแล้วหล่ะเพื่อนเอ๋ย......"
เห็นไหมว่าไม่ควรตอบกลับไปจริง ๆ หล่ะ
In conclusion:
ถ้าไม่นับคู่เรา
หลาย ๆ คู่ที่พี่รู้จัก .... เลิกรากันไปหลายคู่แล้วเน้อ
ท่าทางช่วงนี้จะเป็นช่วง single season
September 25 ฤดูที่เปลี่ยนแปลงกว่าจะได้กลับมาคุยกันใหม่ ก็หลายวันอีกแล้ว
555
เหตุผลเดิมไม่รู้พอไหม ... งานยุ่งหง่ะ
กี้ชอบฤดูฝนหรือ
พี่ชอบหน้าหนาวมากกว่า
มันไม่แฉะ ไม่เปียกดี
อากาศเย็น ๆ กำลังนอนสบาย
เวลาหนาว ๆ แล้วก็ชอบไปเดินตากแดด อุ่นดี
หน้าฝนมันแฉะ ออกไปตากฝนคงไม่ดีแน่
อย่างเดียวสำหรับหน้าฝนที่ชอบคือ
ถ้าได้นอนเล่นเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรอยู่ที่บ้าน
ก็คงดีไม่น้อย ถ้าถามว่าฤดูไหนที่ดูเหงากว่ากัน
พี่ว่า .....
ไม่ว่าหน้าไหน ๆ อยู่คนเดียวก็คงเหงาเหมือน ๆ กันหล่ะ
หน้าหนาว ไม่มีใครจูงมือให้หายหนาว
หน้าฝน กางร่มเดินคนเดียว
หน้าร้อน ไปเที่ยวทะเลคนเดียว
คิดเหมือนกันไหม
September 08 เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยIntro:
ไม่ได้ตามกระแส
เป็นความประทับใจส่วนตัวที่พี่ก็อยากเอามา share กับเรา
มีความคิด (แหวกแนว) บางเรื่องที่พี่ต้องงงตัวเองเหมือนกันว่า
" คิดไปได้ไงวะเรา"
เอ้า งงดิว่าเรื่องไร ... ก็อ่านต่อจิ
Body:
พี่เข้าไปดูเรื่องนี้ เพราะว่า
1. เป็นหนังของ GTH
2. ผู้กำกับเป็นหนึ่งในแก๊งค์แฟนฉัน
3. เพลงเพราะ
หลังจากออกจากโรงหนัง .... มันอิ่มเอม บอกไม่ถูก
ไม่ได้เพราะว่า in แต่เรื่องราวที่ถูกบอกเล่าผ่านหนัง มันทำได้ดี จนต้องยกนิ้วให้
เรื่องราวในหนังไม่ต้องเล่าพี่ว่าเราก็คงรู้ดี
แต่ว่า Theme ที่พี่ชอบ มันอยู่ที่คำว่า เพื่อนสนิท
พี่อาจจะประทับใจกับเรื่อง"เพื่อนสนิท" (อย่างที่พี่เคยเล่าให้เราฟังไปแล้ว ว่าทำไมพี่ถึงชอบเรื่องนี้")
แต่พอมาเจอเรื่องนี้ อึม ... เหตุผลของการเลือก "เพื่อนสนิท" มันชัดเจนขึ้นแหะ
พี่สังเกตจากหนังเรื่องที่ผ่าน ๆ มาของผู้กำกับแก๊งค์แฟนฉัน
ทุกเรื่องมีความเกี่ยวพันกับคำว่า "เพื่อน"
เจี๊ยบ - น้อยหน่า เพื่อนรักวัยประถม ที่แม้สุดท้ายอาจไม่ได้คู่กัน แต่ความทรงจำ(สีจาง) ยังอยู่ในใจ...ไม่หายไปไหน ชาตรี - วิเชียร เพื่อนรักต่างภพ ที่เหมือนกันในแง่ความไม่มีตัวตน ..... " หากไม่เป็นที่ต้องการของใคร ไม่ว่าจะเป็นคน หรือผีความ คงไม่ต่างกัน" ไข่ย้อย - ดากานดา - นุ้ย ความรักของหนุ่มสาวมหาวิทยาลัย เมื่อคำว่า "แกมาทำอะไรตอนนี้" ทำให้ใครหลายคนต้องสะดุ้งและต้องลองถามใจตัวเองว่า .... นี่ฉันกำลังคิดอะไรกับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หรือเปล่า" ป้อม - ดาว - อ้อม ความรักของเด็กมัธยม ที่หลายคนบอกว่า "โดน" นอกจากจะเน้นคำว่าเพื่อน หนังยังมักจะให้ตอนจบ ต้องเลือกฝั่งเพื่อนเสมอ .. (ไม่รู้เป็นไงดิ) เหมือนกับที่พี่เคยถามเราว่า ชอบตอนจบของเรื่อง "เพื่อนสนิท" ไหม พี่เอาคำถามนี้ไปถามคนอื่น ๆ ว่าชอบตอนจบเรื่องนี้ไหม แต่ก็นั่นหล่ะ พี่ก็ยังมีความเห็นเหมือนเรื่องเพื่อนสนิท แล้วเราหล่ะว่าไง ถ้าเป็นเรา เราจะเลือกใคร? ลองมานั่งวิเคราะห์อีกที ว่าทำไมป้อมเลือกอ้อม (พี่ว่าเรื่องนี้ชัดกว่าเรื่องเพื่อนสนิทเสียอีก ที่ว่าสุดท้ายพระเอกเลือกใคร)
อ้อมทำในสิ่งที่พี่ไม่คิดจะทำ อย่างนึงที่พี่คิดว่า ผู้หญิงหลายคนเป็น เคยมีเพื่อนสนิท(จริง ๆ ) คนไหนที่ไปเมืองนอกกับเพื่อนของเราอีกคนหนึ่ง กี้ว่าพี่คิดมากไปไหมเนี่ย 555 เออ หรือว่าพี่อาจดูหนังไทยมากไป เลยติด character ตัวอิจฉามากไปหน่อยมั้ง หุหุหุ In conclusion:
September 06 ตอบคนขี้เหงา จากคนที่ขี้เหงาเหมือนกันขออภัยที่พี่ตอบช้ามาก ๆ draft นี้ ถูกแก้ไขมาหลายครั้ง แต่ไม่มีโอกาสจะออกอากาศเสียที
คราวนี้เอาจริงละนะ
Intro:
ไม่ต้องเหงา จ่ายเท่าไหร่?
นี่เป็นคำที่พี่อยู่ในใจเสมอ ๆ " ถ้าจ่ายตังค์แล้วหายป่วยจากโรคนี้ แพงแค่ไหนก็ยอม"
แต่บังเอิญนะกี้ มันตีราคาไม่ได้ ...
เอ้า เข้าเรื่องแล้วกัน
Body:
ไม่ค่อยได้ดูหนังเท่าไหรนะช่วงนี้ พี่หมายถึงหนังโรง
แต่ถ้าหนังแผ่นหล่ะ ก็เกือบทุกอาทิตย์
มีหลายเรื่องที่เพิ่งมาตามดูทีหลัง
หรือว่าบางที่ไม่คิดอยากดู แต่ว่าพออ่านบทวิจารณ์ .. เออ ก็น่าลองนะเนี่ย
เช่าเกือบทุกอาทิตย์หล่ะ
บางครั้ง ดูมันทีเดียว 3 เรื่องไปเลย กว่าจะได้นอน ก็ตี 3 เข้าไปแล้ว (ไม่รู้ว่าจะทรมานตัวเองไปทำไมเนี่ย - เสาร์อาทิตย์ก็มี)
สำหรับหนังโรง ล่าสุดไปดูเรื่อง Seasons Change
พี่ว่าเราก็คงไม่พลาดเหมือนกันใช่ไหม หนังดีจนน่าตกใจ คือว่าดีกว่าที่คิดไว้มากมาย
ถ้าเทียบ ๆ กับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่ GTH ทำมา
พี่ว่าเรื่องนี้เด่นมาก ๆ
หะ ? อะไรนะ ?
อ้อ กี้ไม่ได้ถามเรื่องนี้ใช่ไหม
โอเค เดี๋ยวขอกลับไปอ่านหัวข้อที่แล้วว่าเราถามอะไร
อ้อ ได้ละ กี้บอกว่าเราชอบดูหนังตลาด
นิยามแค่ไหนเนี่ย
หนังที่ in? หนัง Form ยักษ์ ? ???
ถ้าเอาความเข้าใจพี่ ก็น่าจะประมาณหนังที่โฆษณาเยอะ ๆ
ดาราดัง เงินทุนมาก ๆ ประมาณนั้นอะเป่า ?
เอาเป็นว่า พี่ชอบดูหนังตลาดบ้างในที หนังอาร์ตในบางหน
แล้วแต่ว่าโอกาส และเงินในกระเป๋าจะเอื้ออำนวยละกัน
ไม่ได้ดู เพราะว่าอยาก in กระแส
ไม่ได้ดู เพราะว่าอยากวิจารณ์หนัง เพราะว่าวิจารณ์อะไรไม่เป็น (เนื่องจากเป็นคนไม่กลางเท่าไหร่ ถ้าเรื่องไหนเอียงแล้ว ก็เอียงไปเลย ฉะนั้น คงเป็นนักวิจารณ์ที่ดีไม่ได้ ) แต่ว่าดูเพื่อความบันเทิง
และติดตามคนที่เราชอบ (แม้ว่าบางทีสังคม หรือว่ากระแสมันไม่ไปก็ตาม ...) ทั้งผู้กำกับ / นักแสดง / แม้แต่บางทีตัวประกอบก็ตามไปดู ไม่ว่าจะตลาดหรือไม่ ถ้าประทับใจก็คงได้ตังค์พี่หล่ะ
เอ้า ขอกลับไปที่เรื่อง Seasons Change ได้ไหม
หะ? ท่าท่าเรื่องยาวหรือ ???
OK พี่ขึ้น Topic ใหม่เลยแล้วกันนะ
In Conclusion :
ความเหงาอาจไม่เกี่ยวกับความชอบในการดูหนัง
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อยากดูหนัง แต่ไม่มีเพื่อนไป
(โดยเฉพาะพวกชอบดูหนังเหมือนพวกเรา)
การนั่งดูหนังคนเดียวในโรงมืด ๆ
ออกมานอกโรงหนัง แล้วไม่รู้จะเม้าท์กับใคร
มันก็เหงาน่าดูเหมือนกันนะ
ว่าไหม
August 15 เก็บมาจาก Bangkokians'space 3Intro: ขอภัยนะกี้ จริง ๆ เราตกลงกันว่าจะหาเรื่องมาคุยกัน What’s story? คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักของชายคนนึง ที่เราเขียนไว้ เรื่อง"คำถามโง่ ๆ " แต่ใครจะรู้...... พี่เดาเอาแบบคนไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษ ว่าไหมว่า แต่ก็นั่นหล่ะ ....
In conclusion: - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - PS 1 ขอให้ชายคนที่กี้เขียนถึง โชคดีเสียทีนะ ขอให้เจอคนที่ใช่สักที PS 2 เฮ้ย ไหนบอกว่าจะไม่ชวนคุยเรื่องความรักแล้วไง เออ หรือว่าคราวนี้พี่ชวนเองเนี่ย PS. บังเอิญได้เข้าไปอ่าน mailbox ของพวกเรา หน้าตามันยังเหมือนเดิม แต่ก็ดีนะ แบบเดิมอ่านง่ายดี live บางทีมันก็เจ๊งบ่อย ๆ เหมือนกัน
August 03 เก็บมาจาก Bangkokians'space 2Intro:
และนี่เป็นอีกครั้งที่ใช้ space น้องหากิน
ขอบใจนะกี้ กำลังนึกอยู่พอดีว่า วันนี้เขียนเรื่องไรดีหนอ
Evolution VS. Revolution:
สองคำนี้ คล้ายกันมาก เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจว่ามันต่างกันยังไง
คิดว่าเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้พอรู้แล้วว่า มันต่างกันยังไง
1. ความเร็ว
2. การสะกดคำ ... เติม R ตัวเดียว ความเร็วเปลี่ยนทันที
แต่ว่าคำนี้เหมือนกันแค่เรื่องเดียว คือ ไม่ว่าจะยังไง มันต้องเปลี่ยนอยู่ดี
อย่างที่กี้บอก
ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง
จะเปลี่ยนยังไงขอช้า ๆ
กลัวเจ็บตัว
เรื่องไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เราคงเหมือนกัน
พี่ว่าเป็นคนอื่นก็คงเหมือนกันนั่นหละ โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่ทันได้เตรียมใจ
แต่เชื่อไหมว่า ในบางเรื่อง พี่ว่า sudden ไปเลยก็ดี
เพราะว่าเรื่องบางอย่าง มันทรมานเหลือเกิน กว่าจะรอให้ไปถึงทางออก
เหยียบเศษแก้วมันเจ็บก็รู้
หากระวังตัว คงไม่เหยียบโดน
แต่.....
ถ้ายังไงมันหลีกไม่ได้
เพราะพื้นที่ตรงนั้นมันเต็มไปด้วยเศษแก้ว พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างการค่อย ๆ เดินช้า
กับการรีบเดินเร็ว ๆ ให้พ้น ๆ ไปจากพื้นที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว
อย่างไหนมันจะเจ็บตัวน้อยกว่ากัน
เรื่องบางเรื่อง มันกำหนดไม่ได้ว่า จะเจอเมื่อไหร่
การระวังตัวเป็นเรื่องดี
อย่างน้อย ๆ การไม่ต้องเหยียบเศษแก้วย่อมเป็นเรื่องดีกว่า
แต่อย่างว่า....
ใครเลยจะรู้อนาคต
บางทีอาจต้องให้มันเกิดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่า
คราวนี้ควรค่อย ๆ เดิน
หรือว่าจ้ำอ้าวไปเลยดีกว่า
เปลี่ยนเรื่อง:
เพลง: ร้อนตัว
ศิลปิน: M-The star
ไม่เห็นต้องอารมณ์เสีย กับคำที่ฉันเอ่ยถาม ว่าเขาคนนั้นเป็นใคร
ก็แค่อยากรู้ มันผิดใช่ไหมหรือไม่ควร ยุ่งเรื่องของเธอ แต่ฉันนั้นคือคนรัก และเรายังไม่เลิกกัน ใจฉันก็ยังคงหึงเธอ ไม่เคยตอบฉัน และท่าทีของเธอก็ยิ่งทำ ให้ต้องสงสัย ไม่ได้จับผิดเธอฟ้องตัวเองทุกอย่าง แสดงอาการให้ข้องใจ อย่าร้อนตัวถ้าไม่ได้ทำ ถ้าเธอไม่ได้มีใคร เสียงดังโวยวายทำไม งงที่เธออารมณ์ร้ายใส่ฉัน หรือทำอะไรออกไปแทงใจของเธอ จะร้อนตัวไปเพื่ออะไร ถ้าใจยังดีอยู่จริง ยิ่งมีอาการเท่าไร มันยิ่งทำให้ดูรู้เท่านั้น ว่าฉันกำลังเข้าใจความจริงที่เธอ ปิดบังเอาไว้ ถ้าเพื่อนก็แค่บอกกัน เท่านั้นฉันก็เข้าใจ จะได้ไม่กังวลอย่างนี้ นี่เธอปิดไว้ ไม่บอกกันสักทีก็ต้องกลัว ก็ต้องระแวง ไม่ได้จับผิดเธอฟ้องตัวเองทุกอย่าง แสดงอาการให้ข้องใจ อย่าร้อนตัวถ้าไม่ได้ทำ ถ้าเธอไม่ได้มีใคร เสียงดังโวยวายทำไม งงที่เธออารมณ์ร้ายใส่ฉัน หรือทำอะไรออกไปแทงใจของเธอ จะร้อนตัวไปเพื่ออะไร ถ้าใจยังดีอยู่จริง ยิ่งมีอาการเท่าไร มันยิ่งทำให้ดูรู้เท่านั้น ว่าฉันกำลังเข้าใจความจริงที่เธอ ปิดบังเอาไว้ หรือทำอะไรออกไปแทงใจของเธอ จะร้อนตัวไปเพื่ออะไร ถ้าใจยังดีอยู่จริง ยิ่งมีอาการเท่าไร มันยิ่งทำให้ดูรู้เท่านั้น ว่าฉันกำลังเข้าใจความจริงที่เธอ ปิดบังเอาไว้ ....................................................
กี้ว่าผู้หญิงคนนี้เขาโมโหเรื่องอะไร
1. โดนจับได้
2. โมโหที่ผู้ชายคนนี้ไม่เข้าใจกัน
July 21 เก็บมาจาก Bangkokian's spaceIntro:
ดูวันที่ที่เขียนเรื่องที่แล้วกับวันนี้ ก็เกือบเดือนแล้วเนอะที่ไม่ได้คุยกันเลย
มีลางสังหรณ์ว่า กี้จะโทรมาตามพี่ไปกินกาแฟในอีกไม่ช้า หุหุหุ
ช่วงนี้ยุ่ง ๆ ไม่ค่อยได้มาเยี่ยมเยือน space ของใครต่อใครเลย
ไม่รู้ว่าล้ำหน้ากันไปไหนแล้ว
Today's topic:
เอามาจากเรื่องที่กี้เขียนใน space ตัวเอง เรื่องเลิกจีบ
กี้ถามว่า .... คนเลิกจีบ fade ออกมาแล้วมันผิดตรงไหน
พี่ว่าไม่ผิด คนที่ถูกจีบก็ต้องเข้าใจ
อย่างที่เราว่า "ถ้าผู้ชายไม่อดทน ผู้หญิงก็เก็บอาการเกินไป"
อันนี้เห็นด้วย (ยกเว้นบาง case ที่กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้วนะ อันนี้พรหมลิขิตมาช้าไป)
เราบอกว่า คนถูกจีบมักก่นด่าคนที่เลิกจีบว่าไม่อดทนเลย
สงสัยเป็นเหตุการณ์ในกรณีทั่ว ๆ ไป
แล้วถ้าเป็นแบบนี้ละ
คนสองคนรู้ตัวว่าเราไปกันไม่ได้
แต่ว่า คนถูกจีบ (แหมอยากใช้คำว่าคนที่หมดรักมากกว่าหว่ะ)
อยากให้คนที่จีบ (คนที่ยังรักอยู่) ทำตัวเหมือนเดิม (ความคาดหวังของคนถูกจีบ = คนรู้จักที่ดีต่อกัน)
เช่น เคยคุยกันอย่างไร ก็ให้คุยกันได้ เป็นอย่างไร ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นต่อไป
เอาง่าย ๆ คือไม่ยอมรับการเดินจากของคนที่หมดแรง (ไม่ใช่คนที่หมดความอดทน)
เอาคำที่ง่ายกว่านั้น คือกลัวการเสียคนที่รู้จักที่ดีหนึ่งคนไป
กี้ว่าเขาเป็นคนยังไง คิดก่อนแล้วค่อยอ่านเรื่องต่อนะ
......
.....
.....
.....
.....
....
เรื่องต่อไปมันมีอยู่ว่า
เวลาผ่านไป คนที่ยังรักอยู่ ก็ยังทำตัวให้เหมือนเดิม (ตามคำขอ และความคาดหวังของคนที่จีบ (พยายามให้) = คนรู้จักที่ดีต่อกัน)
แล้วอยู่ดี ๆ คนที่ถูกจีบ เขาเริ่มชินกับการมีเราเป็นคนรู้จัก ...
ทุกอย่างเริ่มธรรมดา .... ธรรมดา และธรรมดามาก ๆ
คนที่ยังรักอยู่ มีสถานะไม่ต่างจากคนรู้จักคนอื่น ๆ ...
ทุกอย่างกลับสู่สามัญ เหมือนวันที่เดินผ่านกันครั้งแรก
กี้ว่า คนที่ยังรักอยู่เขาจะคิดยังไง.... คิดก่อนค่อยอ่านต่อนะ
....
....
....
....
พี่สงสารหว่ะ ....
จริงอยู่ที่เป็นธรรมดา ที่ความรู้สึกมันเปลี่ยนแปลงกันได้
แต่คนคนหนึ่งที่พยายามต่อ อย่างน้อยเพื่อเราจะยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่
วันนึงต้องมาเจอกับคำว่า ... จริง ๆ ฉันก็ไม่ได้ต้องการเธอเท่าไรแล้วละ ต่อไปนี้ก็แล้วแต่เธอว่าจะทำไงต่อ
มันน่าสงสารออก ว่าไหม
In conclusion:
ไม่รู้จะสรุปอะไร พี่แค่อ่านเรื่องของเราแล้ว คิดในมุมที่ลึกลงไป
P.S.
วันหลังอย่าชวนคุยเรื่องความรักมากนะ
อย่างที่รู้กัน พี่ไม่ถนัดหว่ะ
June 01 แนวกูหรือแนวใคร...ก็ช่างIntro:
ตอนที่ถามไม่ได้คิด แต่พอมาอ่าน comment หลายอัน ..... เออ ท่าทางเรื่องนี้จะเขียนยากแหะ เพราะมีคนมองเรื่องเดียวกันไม่เหมือนกัน แต่พอมาอ่านที่เราเขียน เออ ขอบใจ เราทำให้พี่เขียนได้ง่ายกว่าเดิม
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
Get to the point: หัวแข็ง ขวางโลก คิดนอกกรอบ
เห็นด้วยกับเราที่ต้องแยกเป็นพวก ๆ และพี่ก็มีทั้งชื่นชมและชิงชัง .... คงเหมือน ๆ กับเราหล่ะ ที่ว่าประเภทไหนควรชอบหรือประเภทไหนควรชัง ...
เออ แต่พี่มีมุมหนึ่งที่อยากจะมาแชร์ ... เป็นมุมที่ไม่ได้บอกว่า เราควรชอบหรือชิงชัง แต่เป็นการถามว่า ... เราเอาอะไรมา define ว่าคน ๆ นี้ เค้าเป็นพวกนอกกรอบ ... ลองอ่านเรื่องนี้ดูแล้วตอบตัวเองดู
เมื่อหลายวันก่อน เพื่อนพี่เล่าให้ฟังว่า ที่ทำงานรวบรวมเงินเพื่อบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กแห่งหนึ่ง ซึ่งการบริจาคครั้งนี้ ต้องจ่ายเงิน 400 บาท แล้วก็จะได้เสื้อโปโล 1 ตัว ซึ่งคนส่วนใหญ่เค้าก็บริจาคกัน แต่มีเพื่อนพี่คนเดียวที่ไม่บริจาค เหตุผลที่เขาบอกพี่ "ก็เราไม่ชอบเสื้อแบบนี้หน่ะ แล้วก็คงไม่ได้ใส่หรอก"
รู้ไหมว่าปฏิกิริยาจากเพื่อนร่วมงานเป็นยังไง
"แก เงินแค่นี้เอง ทำไมไม่ยอมบริจาค"
"ไม่สงสารเด็กเลย เขาเดือดร้อนนะ"
"ไม่ชอบเสื้อ? แกก็ไม่ต้องใส่สิ เอาไปไว้ที่บ้านเฉย ๆ ก็ได้"
และอีกมากมายที่เข้ามากระทบหู
จนเพื่อนพี่ถามพี่ว่า "เออ ฉันผิดมากไหมเนี่ย ที่ไม่ได้บริจาค ... "
" ปกติเรื่องทำบุญมันมากะเกณฑ์กันได้ด้วยหรือ..."
" มันไม่ใช่เพราะจำนวนเงินหรอก ... ขนาดว่าฉันจะบริจาคแบบไม่เอาเสื้อก็ไม่ได้อีก มูลนิธิไม่เอา ...."
ต้องบอกก่อนว่าเพื่อนพี่เขาก็ชอบทำบุญ ทำเท่าที่ตัวเองจะมีกำลัง และทำได้ .... และรูปแบบอาจแตกต่างกันไป เช่น ทำบุญโลงศพ ไถ่ชีวิตโค-กระบือ
เพียงแค่การไม่บริจาคเงินช่วยเด็ก มันทำให้เพื่อนพี่กลายเป็นกบฏได้ทันที
อ่านมาถึงตรงนี้ พอจะเห็นอะไรไหม
กบฏแปลว่าอะไรแล้วตอนนี้ ... ?
หากกบฏแปลว่าคิดไม่เหมือนคนอื่น คิดต่างจากคนส่วนใหญ่
แล้วถามต่อได้ไหม .... เป็นกบฏมันผิดตรงไหน
ถ้ากบฏคือการคิดไม่เหมือนชาวบ้าน มันยากนะที่จะบอกว่าผิดหรือถูก
ถามฝั่งกบฏ (ในสายตามส่วนรวม) ก็ย่อมตอบว่าไม่ผิด ถามฝั่งชาวบ้าน... ย่อมบอกว่าผิด
แล้วทีนี้เอาไงดี
งั้นถามใหม่ .... เป็นกบฏแล้วทำให้ใครเดือดร้อนไหม ... อันนี้พี่ว่าทุกคนคงมีคำตอบในใจที่ไม่ต่างกัน
เห็นไหม สุดท้ายมันก็กลับไปถึงคำตอบของเราที่ตอบพี่ไป "ต้องไม่สร้างความลำบากใจ และ รำคาญแก่คนรอบข้าง"
พี่ว่าทุกคนมีความกบฏอยู่ในตัวทุกคน แล้วแต่ว่าจะแสดงออกมาเป็นแบบไหนมากกว่า
สิ่งที่ต้องถามตัวเองคือ อะไรทำให้เราเป็นกบฏ แล้วเราทำให้ใครเดือนร้อนไหม ....
หลายทีที่ความกบฏของพี่ออกมาเพ่นพ่าน แต่พี่ก็พอจะมีเหตุผลทีจะตอบตัวเหมือนกันว่า "ฉันเป็นกบฏไปทำไม" และคำถามสุดท้ายที่ตามมาสำหรับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายที่จะเป็นกบฏ "ฉันไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อนใช่ไหม" ซึ่งส่วนใหญ่ความกบฏของพี่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น จึงไม่ค่อยมีใครบาดเจ็บจากความเป็นกบฏของพี่ ... ถ้าจะมีก็เป็นลูกหลง 2 - 3 ที หุหุหุ ขออภัยมา ณ โอกาสนี้
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
In conclusion:
หวังว่าคุณ mim และคุณ kook คงมีคำตอบแล้วนะคะ ว่าใครกันแน่ ระหว่างคนรุ่นใหม่ กับคนรุ่นเก่า ที่เป็นกบฏ ... และเราควรคิดนอกกรอบหรือเปล่า .... สองคาถาจำให้แม่น "ฉันเป็นกบฏเพราะ? และฉันไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน..."
คิดว่าพอแล้วหล่ะค่ะ ที่จะเป็น หรือ ไม่เป็น "กบฏ"
May 22 ชีวิตคนกรุง... Intro:
แหะ ๆ บอกว่าพี่เข้ามาตอบเร็ว แปลว่าจัดการตารางงานได้แล้ว ... เปล่าหง่ะ 555
งานมันก็ยังยุ่งเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่อย่างว่า .... เวลาคนเราได้ทำอะไรที่เราชอบเนี่ย
ถึงยุ่งยังไง ก็ยังคงเจียดเวลามาได้อยู่ดีหล่ะ ..
Get to the point: Workaholic
ถามว่าทำงานหนักดีไหม ..... ตอบยากแหะ .... แล้วแต่นะพี่ว่า
อาจเพราะว่าเรามีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกันมั้ง
และอาจขึ้นกับสถานะของเราด้วย
ถ้าคำว่ารายได้ มันคือปัจจัยสำคัญของการดำเนินชีวิต ... จะเลือกทำงานหนักคงไม่ใช่เรื่องแปลก
ถ้าคำว่าความสำเร็จ ที่ใครคนหนึ่งเชื่อว่าจะได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์ .... แน่นอน คำตอบสุดท้ายต้องเป็นการทำงานหนัก
ถ้าคำว่าความมั่นคง และเพื่อครอบครัว มันคือเป้าหมายของชีวิต ..... หลายคนคงต้องทำงานให้หนักขึ้น
อันนี้พี่ว่าหลาย ๆ คนคงเป็น อย่างเวลาหนุ่ม ๆ จะขอสาว ๆ แต่งงานได้ ก็ต้องรอให้ตัวเองพร้อม มีทุกอย่างก่อน มีฐานะที่มั่นคงพอที่จะดูแลคนที่ตัวเองรักไม่ให้ลำบาก... อันนี้พี่เข้าใจไม่ผิดใช่ไหม... บังเอิญยังไม่ต้องขอใครแต่งงานในช่วงเวลานี้ (และหวังว่าคงไม่ต้องนะ 5555 ) แต่รู้ไหม .... มีอีกหลายคนทำงานหนักด้วยเหตุผลที่ต่างไปจากนี้ ....
เพื่อให้ลืมความทุกข์ .... คุ้น ๆ ไหมกี้ :)
และจำได้ไหมว่าเราก็ตอบเกือบจะพร้อม ๆ กันว่า ..." มันไม่จริง" หรอก
หลายคนเป็นแบบนั้นจริง ๆ
พี่เองก็ไม่รู้ว่าเขาทุกข์ใจเรื่องอะไร หนักหนาแค่ไหน.... แต่สิ่งที่เขาทำคือการ keep working
ซึ่งพี่ว่าต่างจาก keep walking นะ อาจเพราะเชื่อว่าการทำตัวให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ลืมความทุกข์ใจที่มีอยู่
แต่การไม่ได้นึกถึงเพียงชั่วเวลาหนึ่ง มันไม่ได้แปลว่า เราจะลืมมันได้นี่นา ... ว่าไหม
เหมือนกับการที่พยายามจะลืมอะไรสักอย่างแต่ลืมไม่ได้ นั่นเพราะว่าเราตั้งใจมากเกินไปต่างหาก ...
เคยได้ยินคำว่า"ร่างกายมันจะมีปฏิกิริยาเอง"ไหม ... เออ ทฤษฏีนี้ ไม่รู้ว่าใครคิด แต่พี่เชื่อหล่ะ
เขาบอกว่า "ร่างกายจะมีปฏิกิริยากับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเสมอ... เช่น ถ้าเราเคยเสียใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก ๆ แล้วพอเวลาผ่านไป ร่างกายก็จะปรับตัวได้เอง ... แล้วสุดท้ายวันหนึ่งเราก็พบว่า ... เรื่องนี้มันไม่อาจทำให้เราสะเทือนใจได้อีกแล้ว..."
อ้อ แต่บอกก่อนนะว่า ในเรื่อง ๆ เดียวกัน ระยะเวลาที่ร่างกายของแต่ละคนมีปฏิกิริยาจะต่างกัน แล้วแต่ว่าจะทำใจกับเรื่องเหล่านี้ได้แค่ไหน หรือว่าจะเจอเรื่องเหล่านี้มามากน้อยแค่ไหน ..
และนี่เองทำให้พี่เชื่อว่า การพยายามทำงานหนัก คงไม่ได้ช่วยให้เราลืมความทุกข์ใจได้ ถ้าได้อาจเป็นเพียงแค่หยุดคิดเท่านั้นเอง .. ทุกอย่างคงอยู่ที่ใจ ... แหะ ๆ ทำยากเหมือนกันนะเนี่ย คนเขียนก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้างหล่ะ ... ตามประสามนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่ง
แต่ก็นั่นหล่ะ อย่างที่บอกตอนแรก ทำงานหนักดีไหม ... แล้วแต่จริง ๆ ข้าน้อยไม่กล้าฟันธง
My point of view:
พี่ไม่เบื่อกับการทำงานหนัก (ที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำงานน้อยสักที) ....
ชอบไหม ...
ชอบเพราะว่าได้เรียนรู้ ... ชอบเพราะว่าท้าทาย .... และชอบเพราะว่าทำให้มีความกระตือรือร้นตลอดเวลา ถ้าขาดคำว่า"กระตือรือร้น"ไป ชีวิตพี่คงจืดชืดน่าดู
เหนื่อยไหม .... เหนื่อยสิ ..... แต่ก็นึกถึงตอนที่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไร ....
พี่ว่าพี่ยอมเหนื่อยสักหน่อยดีกว่า In conclusion:
เอาหล่ะค่ะ ....
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานหนักหรือเปล่า
และไม่ว่าคุณจะต้องทำงานหนักไปเพื่ออะไร
ก็ขอให้มีแรงสู้ต่อไปนะคะ เอาเป้าหมายที่ตั้งใจไว้เป็นแรงใจ
เชื่อว่าสิ่งที่ทำไป จะส่งผลให้เห็นในสักวัน.... เอาใจช่วยค่ะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
P.S. 1
เราก็เหมือนกัน นอนให้มันเยอะ ๆ หน่อย .... เดี๋ยวตังค์ที่หาได้ต้องเอาไปจ่ายหมอเสียหมด
P.S. 2
เปิดประเด็นเรื่องลมหนาว ... ถ้าถามพี่นะ หน้าหนาวกับหน้าฝนเนี่ยตัวดี
มนุษย์ขี้เหงาอย่างเรา หงอยได้ไม่เว้นวันในฤดูกาลแบบนี้
P.S 3
ถูกต้องนะครับ !!!! มนุษย์เรานี่หล่ะ "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย"
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
2nd Chapter: พวกชอบแหกกฏ
เห็นเราเขียนทิ้งไว้ใน part ของเรา เลยเอามาถามเราเสียหน่อย
คิดยังไงกับ
"พวกชอบแหกกฏ
พวกหัวแข็ง
พวกคิดนอกกรอบ"
หรือเอาคำง่าย ๆ
"พวกที่คิดไม่เหมือนชาวบ้าน" May 19 เมื่อเหม่อมองจากเส้นโค้งๆของขอบฟ้า ...มายังยอดตึกในเมืองใหญ่Intro:
สวัสดีค่ะ
สวัสดีอย่างเป็นทางการ มาตามหมายเรียกของเจ้าน้องชายตัวโตนี่หล่ะ
ก่อนอื่น ขอยกความดีความชอบให้กับเขาคนเดียว ที่คิด Project นี้ขึ้นมา
ฟังตอนแรก ๆ ก็ยังหนักใจว่าจะทำได้ดีไหมหนอ...
แต่ว่าตอนนี้ ชักเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิ
Who Am I?
หลาย ๆ คนคงรู้จักเจ้าน้องชายตัวโตคนนี้ดีแล้วจากข้อความที่เรียงร้อยอยู่ใน space ส่วนตัว
แต่สำหรับตัวฉันเอง หลาย ๆ คนคงยังงงว่า "ใครกันวะเนี่ย"
ก็อย่างที่กี้แนะนำ .... "เป็นพี่สาวร่วมโลกกับกี้ค่ะ"
ก่อนจะเริ่ม Project สนุก ๆ แบบนี้ ขอบอกอะไรสักอย่างหนึ่งไว้
เผื่อไว้เป็นพื้นฐานในการอ่านเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นมากมายใน Space นี้ เราเป็นพี่น้องที่รู้จักกันมานานกว่า 8 ปี แต่ว่ามีความแตกต่างกัน (ค่อนข้าง) มากทีเดียว
สิ่งต่อไปนี้ที่กี้เป็น ฉันไม่(ค่อย)เป็น
กี้เป็นคนที่สนุกสนาน ร่าเริงและเปิดเผย
กี้เป็นคนชอบสังคม ตาม Style Bangkokian
กี้เป็นคนมองโลกในแง่ดี
ด้วยความต่างกันแบบสุด ๆ นี่หล่ะ อาจทำให้หลายคนประหลาดใจว่า "แล้วมันจะมาสนิทกันได้ไงเนี่ย"
อย่าถามเลยค่ะ ว่าทำไมเราถึงสนิทกันได้ เอาเป็นว่า คบกันบนความแตกต่างแบบนี้ได้อะไรดีกว่า
ได้มุมมองที่ดีค่ะ มองอะไรได้กว้างมาก ๆ และเข้าใจอะไร ๆ ได้ดีขึ้น ...
ที่สำคัญ ....
ทำให้รับรู้เรื่องราวมากมายที่ต้องยอมรับว่า คงไม่มีใครกล้ามาบอกเราแบบนี้แน่ ๆ
So, what's next?
ด้วยความสนิท ความต่าง และอื่น ๆ อีกมากมาย เลยทำให้เกิด project สนุก ๆ แบบนี้ขึ้น
หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับเรานะคะ
Get to the Point .... Seasons
ใช่ ๆ ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน พี่ก็ไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะมันทำให้การเดินทางไปไหนมาไหนมันยากขึ้น
บางวัน ฝนตกเหมือนฟ้ารั่ว ถ้าฝนเป็นเหมือนน้ำตาฟ้าจริง ๆ เหมือนอย่างที่สามโทนบอกไว้ ...
ท่าทางช่วงนี้ฟ้าคงมีเรื่องทุกข์ใจมากทีเดียว
ถ้าจะถามว่าชีวิตพี่ผูกพันกับฤดูไหนเป็นพิเศษ ?
พี่เกิดปลายหนาว ...
เริ่มทำงาน ...หน้าฝน รักเก่า รักใหม่ .... ไม่ตอบ 5555 แต่ถ้าถาม มีความรักฤดูกาลไหนก็ดีทั้งนั้นหล่ะ แค่ขอให้มี
และเป็นรักแท้ ว่าไหม ถ้าถามนะ พี่ก็ยังชอบหน้าหนาวมากกว่าทุกฤดูกาลหล่ะ
อากาศมันเย็น ๆ ดี
แต่รู้ไหม ?
หน้าฝนที่กี้ผูกพันหน่ะ มันถูกมองได้สองแบบ เศร้า หรือ สุข
ซึ่งคนส่วนใหญ่เวลาที่ฝนตก มักจะมองว่าเศร้า ไม่ค่อยมีใครมองว่าสุขหรอก .... พี่ก็คิดอย่างนั้น
แต่พอพี่มาอ่านที่เราเขียนไว้เกี่ยวกับวันเกิดเรา
"ผมเกิดในวันที่เป็นวันพืชมงคล วันที่เป็นตัวแทนของจุดเริ่มแห่งวิรุณกาล ผมเกิดในวันจันทร์ซึ่งเป็นวันแห่งธาตุดิน เวลาเม็ดฝนโรยตัวกระทบลงสู่พื้อดิน กลิ่นไอแห่งดินก็จะลอยฟุ้งขึ้นมาปนกับอากาศเย็นๆ ยิ่งยามที่เม็ดฝนหยุดทอดตัวลงมาสู่พื้นดิน ไอดินที่ลอยปนอากาศเย็นๆยิ่งน่าสูดดม ฝนได้พัดเอาความงามของดินออกมาอย่างเต็มที่ ฝนได้ดึงเอากลิ่นวิญญาณของดินออกมาด้วย นี่มั้งครับที่ฝนทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่ามีชีวิตมากขึ้น..."
พี่ว่า พี่ชักมองเห็นข้อดีของหน้าฝนแล้วซิ
|
|
|