| Bkk Horizon's profileBangkokian's HorizontaryPhotosBlogLists | Help |
|
|
January 31 เดินอ้อมไป อ้อมมาพี่เคยเป็นแบบนี้มั้ยครับ ?
ไอ้อาการที่จะเดินไปไหนสักแห่ง แต่เรากลับไม่เลือกทางที่มันตรงๆ เราต้องเดินอ้อมไปอ้อมมา
อันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบอะไรเลย เพราะผมหมายถึงการเดินจริงๆ
ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์หรือมีความหมายแฝงอะไรเหมือนที่หนังสมัยใหม่ชอบพยายามจะสร้างกัน
...ผมเป็นคนชอบเดินอ้อมล่ะพี่
ถ้าไม่ได้รีบร้อนอะไรนะ
ผมชอบเดินไปสำรวจทางใหม่ๆล่ะ
แบบจะเดินไปกินคอหมูย่างร้านตู้เพลง
5 วัน ผมเดินได้ 5 ทาง
ทั้งที่ข้ามถนนเดินตรงไปจากคณะเรา 5 นาทีก็ถึง
แต่ไอ้การเดินอ้อมๆนี่ บางทีมันทำให้เราได้เห็นอะไรเหมือนกันนะพี่
ผมได้เจอร้านแปลๆใน U-Center ได้เจอร้านน้ำปั่น เจอโรงเรียนสอนภาษา
เจอหอพัก เจอโรงกลึง โห เยอะแยะเลยล่ะ
แต่ถ้ารีบๆนี่ แล้วเอาไอ้นิสัยเดินอ้อมๆไปใช้นี่
ไม่ได้เด็ดขาดเลยพี่
ตายชัก! ไม่ต้องทำมาหากินกัน
พูดถึงเรื่องการเดินอ้อมไปอ้อมมานี่
บางครั้งคนเรานะพี่ (เริ่มวกเข้ามาเรื่องล่ะ หลังจากเดินอ้อมไปนาน)
ก็ชอบเอาขาไปติดที่ปาก เวลาจะพูดไรตรงๆนี่ไม่ได้
ต้องพูดอ้อมกันซะ
ไม่ต้องมองหาใคร
ผมเองเลยพี่บางทีผมเป็นล่ะ
ไม่เข้าใจเหมือนกัน
พี่ล่ะเป็นมั้ยครับ?
นอกจากเรื่องพูดอ้อมๆ เดินอ้อมแล้วนี่ บางทีๆ
คนเราก็ทำงานอ้อมๆด้วยนะพี่
งานง่ายๆทำให้มันยากซะ
ไม่เข้าใจเหมือนกัน
แต่ผมว่าไอ้การเดินอ้อมไปอ้อมมานี่ มันต้องมีข้อดีบ้างล่ะ
แบบในนิยายญี่ปุ่นนางเอกส้นรองเท้าหัก ต้องไปขึ้นรถขบวนสุดท้ายแทน
เลยได้เจอกับพระเอกที่เลิกงานดึก
มันก็เป็นการอ้อมๆด้วยอุบัติเหตุ
หรือๆๆๆ
การอ้อมการตัดสินใจไปๆมา
ทำให้ได้ซื้อของที่ราคาถูกลง
เป็นได้ๆนะพี่
January 30 คืน สู่ เหย้าสวัสดีครับพี่สาวคนสวย ...สวยแหละครับ
ไม่ได้เข้ามาที่นี่นานนมากกกกกกกกกกกกก
อันที่จริงบ้านของตัวเองก็ไม่ได้แวะเข้าไปสักเท่าไรเหมือนกัน
ไม่มีข้ออ้างครับ ไม่อยากเอาข้ออ้างเก่าๆมาใช้ซ้ำ
เอาเป็นว่าเราได้มาคุยกันวันนี้ก็โอเคแล้วล่ะ :)
เมื่อคืนนี้ผมไปเป็นพิธีกรงานคืนสู่เหย้ามาครับ
ของคณะเรา อากาศหนาวครับ
แต่ก็อบอุ่นขึ้นเล็กน้อยที่ได้เห็น
พี่ๆเขามารวมตัวกันเยอะจริงๆ
กลับกลายเป็นว่ารุ่นแบบพวกเราซิ ที่มากันนับหัวได้
เรียกว่าไม่ต้องใช้นิ้วเท้าเราก็นับเพื่อนที่มางานครบ
ว่าแต่... พี่รู้รึเปล่าครับนี่ว่าเรามีงานกันเมื่อคืน...
...
...
ไม่เป็นไรครับ
ผมว่าผมรู้คำตอบ
555
ผมยังอารมณ์ดีเหมือนเดิมครับ
ผมว่าจะหนักไปทางอารมณ์ดีมากขึ้นซะด้วย
ทั้งที่ชีวิตตอนนี้ ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังเท่าไร
ยังไม่อยากเล่าครับ
เพราะขี้เกียจ และรีพีทไปให้หลากหลายประชาชาติฟังกัน
ผมไม่อยากไปย่ำอยู่แล้วล่ะครับ
เลยลืมๆไปดีกว่า
อยู่ๆวันนี้อากาศก็เย็นอีกแล้วเนอะพี่
ผมชอบล่ะ
ทำให้ผมนึกถึงอังกฤษขึ้นมาอีกแล้ว
ผมอยากไปอยู่นั่นน่ะพี่
แต่ภาระตอนนี้คงต้องอยู่ กทม. ไปก่อนน่ะ
ทำงานเลี้ยงครอบครัว
ฟังดูแก่จัง ภาระของผม
มีเรื่องอัพเดทให้ฟังด้วยนะครับ
ผมส่งงานเข้าไปประกวดแล้วล่ะ
งานเขียนเรื่องสั้น
ส่งไปขำๆ แบบคาดหวัง
ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
มันเป็นโครงการของ สสส. น่ะครับ
ทำหนังสือทำมือกับเรื่องสั้น
วันที่ 11 ประกาศผลครับ
ถ้าอยากกินกาแฟฟรี ...อธิษฐานเผื่อผมด้วยนะครับ
ไม่มีเรื่องอะไรมาเขียนเท่าไร
แต่มาเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังละกันครับ
รักเสมอ
พระเจ้าอวยพร September 08 แดดส่องก็เหงา ฝนตกก็เศร้า ลมหนาวพัดผ่านก็เสียน้ำตา...สวัสดีครับพี่ ตอนนี้พี่อาจจะดองไปบ้าง แต่ผมกลับมาแนวใหม่ เป็นแนวที่ไม่ดองเท่าไร (เนื่องจากผมไปดองที่บ้านจริงผมน่ะพี่ 555) พอพูดถึงเรื่อง season change แน่นอนเลยพี่ ผมต้องดูแล้ว และเชื่อมั้ยว่า ผมยอมไม่ไปดูรอบสื่อเพื่อไปดุกับผู้หญิงคนหนึ่ง... แปลกมั้ย ผมว่าตอนนี้ผมแปลกๆไปล่ะครับ
มาถามกันว่า ชอบ ไม่ชอบ ผมบอกตามตรงเลยครับ ว่าตอบยาก เพราะมันกึ่งๆน่ะครับ เอาในแง่ของเนื้อหา และเพลงประกอบ ผมตอบว่าดี อาจจะไม่ได้พีคมากๆแต่จัดว่าดี แต่ผมกลับไม่ค่อยชอบในเรื่องราบละเอียดน่ะครับ ผมว่าน้องๆเขาเหมือนหุ่นไปนิด ดูแข็งๆแบบที่ผมไม่ชอบใจ... เลยตอบอย่างนี้ดีกว่าว่า ไม่ได้เกลียด และจะซื้อดีวีดีมาเก็บ :)
ตอนที่ดูไปน่ะครับ ผมรับรู้อารมณ์อย่างหนึ่งในหนังน่ะพี่ อารมณ์สนิทของผม ผมว่ามันเหงาแฝงเยอะน่ะพี่ แฝงไปหมดเต็มบ้านเต็มเมือง คือ
...เอาแค่เรื่องที่ผู้ชายคนหนึ่งต้องออกจากสังคมที่ตัวเองอยู่ มาตามผู้หญิงคนหนึ่ง มันก็เริ่มเหงาแล้วล่ะ
...ผู้ชายคนหนึ่ง มาทำอะไรที่ตัวเองลังเล ว่าชอบ หรือ ไม่ชอบ แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามีทางเลือกอะไรอีกมั้ย... อืม เหงาเพิ่ม
...การโกหกตลอดเวลา กับสิ่งที่คนอื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเรา เหงาได้ระดับ...
...ทำตัวไม่ถูก พอเริ่มรู้ว่า ใจที่เคยมั่นคง เริ่มลังเล เหงาโคตร!!!
อารมณ์ในเรื่องที่ผมรู้สึก มันก็เลยเหงาๆ
สำหรับตอนจบ ผมไม่รู้ซิพี่ ผมว่าไม่ฟันธงครับ
พระเอกบอกหรือเปล่าว่าเลือกอ้อม เปล่านะ ไม่ได้พูดเลย บอกรึป่าว ว่าเลิกชอบดาว ก็ปล่าวนะ ผมว่า มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดกันก็ได้ แต่เอาเถอะ มันก็เป็นเรื่องที่ประทับใจได้เรื่องหนึ่งทีเดียว
ผมว่าที่พี่พูดนี่ถูกอย่างหนึ่ง เพลงช่วยให้เรื่องนี้ดูดีขึ้นมามากเลยพี่ ถ้าไม่มีเพลงนะพี่ ผมว่า เรื่องมันชืดมากแน่ๆ พูดถึงเพลงต่างๆตอนนี้ผมมีบทความที่อยู่ที่บ้านหลักของผมน่ะครับ เป็นบทความซีรีย์ ชื่อว่า SAD SONG SAY SO MUCH!!!
เพลงเศร้า บอกกล่าวอะไรมากมาย ...เหลือเกิน
ผมว่าชีวิตคนเราก็เป็นเหมือนฤดูน่ะครับ มันแปรเปลี่ยนเวียนวน บางครั้งก็เปลี่ยนจนถึงขั้นแปรปรวน จะร้อนจะหนาวเราก็ไม่รู้ตัว เพลงที่ประกอบในช่วงชีวิตต่างๆของเราจึงแปรเปลี่ยนตามไปเรื่อยๆ ผมมักมีเพลงที่ใช้ระลึก อย่างไม่ตั้งใจ ถึงช่วงเวลาต่างๆของชีวิต
เพลงหนึ่งที่ผมชอบ ถึงแม้จะไม่ชอบคนร้องเท่าไร พี่รู้นี่น่า... เพลงเหงาครับ มันทำให้ผมเหงาได้เสมอๆเลยล่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นฤดูหนาว ผมยังเหงาได้เลย !!!
ช่วงนี้ผมดูหนังบ่อยครับ บ่อยเท่าที่อยากดู เมื่อคืนก็ไปดู CLICK มา ผมชอบนะ ลองไปอ่านที่บ้านจริงผมนะพี่ ถ้าผมอัพทันคืนนี้... รักเสมอ...
August 26 บ่ายวันเสาร์ วันเหงาๆอีกวันอ่านหัวเรื่องแล้ว แน่นอนมันต้องเหงาแน่ๆใช่มั้ยครับ
แต่ขอโทษด้วย ผมไม่ได้จะมาบอกว่าผมเหงาล่ะพี่ (พี่อาจจะแอบคิดไปแล้วใช่มั้ย?)
เพียงแต่ว่าผมมองท้องฟ้าตอนนี้มันดูเหงาๆไปแค่นั้นเอง จริงๆเรื่องที่จะมาพูดคุยกันวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมจะมาพูดถึงเรื่องการตลาดน่ะพี่ วันนี้มีสมาธิแล้ว พูดจารู้เรื่องแน่ๆ (อย่างน้อยผมก็จะพูดให้รู้เรื่องสมกับที่เป็นที่ปรึกษาด้านนี้นะครับ)
เริ่มกันเลยดีกว่า ...ผมอยากจะถามพี่สาวผมสักหน่อยน่ะซิ ว่าได้ไปดูหนังบ้างมั้ยช่วงนี้
อย่างว่าเรา 2 คนเป็นสิงห์โรงหนังซะด้วยซิ แต่เราอาจจะเสียงไม่ดังเท่าสิงห์ท่านอื่นๆที่ไปดูหนังแล้วสามารถมาวิจารณ์ได้เป็นฉากๆ (ทั้งๆที่หลายๆคนไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับหนังเลย ...น่าเบื่อเนอะ)
สำหรับผมนะครับยอมรับว่าเลือดผมที่ไหลวนในร่างกายเป็นเลือดอะไรตลาดๆ
คืออาจจะไม่ค่อยได้พีคๆไปด้านในด้านหนึ่งเหมือนมนุษย์ผู้แสนปราดเปรื่องท่านอื่นๆอีกหลายๆท่าน
ผมชอบดูหนังตลาดครับ ยิ่งหน้าหนังใหญ่ ดูน่าสนใจ ผมยิ่งชอบ
โอเคหนังฉลาดๆใช้สมองผมก็ดูได้ แต่อาจจะไม่ถนัดนัก เพราะผมไม่ค่อยเหลือสมองไปฉลาดๆในเรื่องที่ไม่ใช่งานแล้วน่ะซิครับ ผมก็เลยพยายามเลือกหนังตลาด ชนิดที่เรียกว่า เอามันส์ในโรงหนัง เท่านั้นเพื่อเข้าไปดู
ไม่คิดมากนักเกี่ยวกับมุมกล้องอลังการ หรือเทคนคย้อมสีฟิลม์ เทคนิคแปลกๆอื่นๆที่ใช้กัน
อาจจะเป็นด้วยเหตุที่ผมเป็นนักการตลาดด้วยกระมังครับ
โลกของผมเลยต้องตลาดๆมากซักหน่อย แต่หลายๆครั้งก็ยอมรับว่า หลายๆเรื่องก็ใจหาย ผิดหวังซะ
อย่างล่าสุดหนังของพี่ มาโนช (M.Night) เรื่องราวของชาวน้ำ นี่ก็เล่นเอาน้ำตาผมตกไปด้วยครับ ก็อึ้งน่ะครับ ว่าพี่มาโนชแกเล่นจบเอาแบบนั้นเลยเหรอ? ประเสริฐ!!!
แต่ไม่เป็นไรผมก็หาอะไรล้างตาไปเรื่อยๆ อีกเรื่องที่ผมไปดูและเสียน้ำตาอีกก็คือ Dragon Tiger Gate คือเรื่องนี้เป็นนิยายภาพที่ผมชอบมากๆเลยนะครับ แต่พอมาถ่ายทอดลงหนังนี่ หดหู่ไปบ้างครับ เพราะมันออกมาตาม Traditional Chinese Film เป๊ะๆเลย นั่นก็คือ ไม่มีที่มาที่ไป!!! เกิดอะไรขึ้นก็มิอาจทราบได้ ยิ่งทีมพากย์พันธมิตรที่พยายามสร้างสีสันให้หนัง เพียงแต่ว่าผมว่าพี่ๆเขาคงไม่มีเวลาทำการบ้านน่ะครับ เลยเล่นเอาสีที่ไม่ใช่โทนหนังไปป้ายซะหนังดีๆเลอะไปหมด ก็ผิดหวังไปเล็กๆตามฟอร์ม
จนล่าสุดนี่วีคก่อน Snake on Plane หนังที่ไม่คาดหวัง แต่กลับได้ใจผมไปเกือบเต็มๆ เพราะความตื่นเต้นที่หนังใส่เข้ามาตลอดเวลา ผมว่าทำได้ดี ไม่มีพล็อตตื่นเต้น แต่ทำๆได้ดีแนว เอามันส์ในโรงหนัง จริงๆ
อีกเรื่องที่เกือบลืมพูดถึงไป Lake House ครับ ผมชอบแหละ ผมว่าฝรั่งเอาแปรงมาปัดความเหงาที่ทึมไปนิดของ Ilmare ออกได้อย่างพอเหมาะ มันอุ่นหัวใจหลังได้ดูพล็อตเก่าเล่าใหม่เรื่องนี้!!! เอาไป 4 ดาวครับ
อ่า... จะว่าไป คุยกันจนจะจบ ผมลืมคุยเรื่องการตลาดไปซะสนิทเลยครับ
แล้วช่วงนี้ล่ะครับพี่ ได้ไปนั่งมืดๆดูหนังเรื่องอะไรบ้างมั้ยครับ :) July 22 Question, that I have to answer...สวัสดีครับ ไม่ได้คุยกันนานแรมเดือนจริงๆด้วย พอดีว่าผมยุ่งน่ะครับ ยุ่งอีกแล้ว และขอยกเอาเรื่องงานมาอ้างอีกครั้ง ที่เอาเรื่องงานมาอ้างก็เป็นเพราะว่าผมไม่มีเรื่องความรักมาอ้างไงครับ ตอนนี้ piority เรื่องที่สำคัญในชีวิตผมเองจึงมีแต่เรื่องงาน และก็เรื่องตัวผมเองน่ะครับ
ถูกส่วนหนึ่งที่พี่บอกว่าพี่สงสัยจะได้รับโทรศัพท์จากผมไปนั่งกินกาแฟ ใช่ครับผมคิดแล้วแหละว่าเราไปเจอกันซักหน่อยดีกว่า แต่ปรากฎว่าผมงานยุ่งจนไม่มีเวลาจะไปได้เลยน่ะครับ เหมือนว่าวันๆ และ คืนๆ ผมผ่านไปเร็วเหลือเกิน ส่วนหนึ่งมันคงมาจากบอลด้วย ผมว่า
มาเรื่องที่พี่ถามเอาไว้ดีกว่า
ยอมรับครับ ไม่เข้าใจ จากการอ่านครั้งแรก งงซะ! ต้องกลับไปอ่านรอบสอง และกรองรอบสามอีกครั้ง เฮ้อ! ผมก็ไม่ได้เก่งเหมือนกันน่ะครับ เรื่องพวกนี้ อาศัยว่าเคยผ่านมาบ้าง เลยพอเดาชอยส์ออกบ้าง แต่จะบอกว่าเดาเท่าไร ก็ยังทำคะแนนได้ไม่ค่อยดีเลยครับ
มาเข้าเรื่องๆ ผมเข้าใจแหละครับไอ้อาการแบบที่พี่บอกมา และไอ้ประโยคนี้ด้วย จริง ๆ ฉันก็ไม่ได้ต้องการเธอเท่าไรแล้วละ ต่อไปนี้ก็แล้วแต่เธอว่าจะทำไงต่อ ผมว่าไม่มีอะไรดีกว่าประโยคนี้แล้วแหละครับ เพราะเป็นผม (ซึ่งผมทำแบบนี้มาตลอด) ผมก็ทำแบบเดียวกันนี้ครับ ผมปฏิเสธคนมาหลายคนมากในช่วงหลังๆนี้ อืม... ตั้งแต่เดือนเมษา ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองนักก็ 5 คนครับ แต่มันอาจจะไม่ได้แรงมากนักนะครับ เหมือนกับว่าผมลองไปเดทดู แล้วมันเข้ากันไม่ได้ ผมก็สงวนท่าทีน่ะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าฝ่ายหญิงเขาก็แฟร์และก็บายไปเองเช่นกัน ผมยังคิดเลยว่า จริงๆแล้วผมอาจจะเป็นคนที่ถูกปฏิเสธเองก็ได้นะ เพียงแต่พวกเขาทำเนียนจนผมคิดไปเองว่าผมเป็นคนปฏิเสธ เป็นได้ เป็นได้...
พูดถึงเรื่องแบบนี้กฎตายตัวคงไม่มีหรอกครับผมว่า เรามาลองเขียนกันดูสักเล่มมั้ยครับ แล้วคอมไพล์ขายสักเล่มเผื่อเราจะรวยกันซะที :)
พูดยาก พูดยากครับ
ผมอ่านที่พี่เขียนแล้วผมก็นึกไปถึงเพลงใหม่ของแม่สาวน้อย AF1 น่ะครับ ไม่รู้ว่าพี่เคยได้ยินรึเปล่า เพลงนี้ชื่อว่า คำถามที่ต้องตอบ ครับ ผมฟังแล้วก็หงอยไปทีเดียวล่ะ เนื้อเพลงมันเขียนไว้แบบนี้ครับ
intro: C/G/Dm/F
C G Dm F7 C ฉันไม่อยากจะตอบคำถามที่เค้าถามกัน ว่าทำไมเธอไปจากฉันเพราะอะไร Am Am6 F7 G รักมากมายใครๆก็รู้ ทำไมตอนสุดท้าย ถึงได้เลิกกัน C G Dm F7 C * พูดตรงๆมันลืมไปแล้วไม่ได้สนใจ หากมันเป็นเวลาเลวร้ายฉันไม่จำ Am Am6 F7 G เลือกจะจำแค่เพียงเท่านี้ วันเวลาที่ดีกับเธอเท่านั้น G7 Csus2 Fmaj7 Dm Em F C ** โฮ โว... แต่ก่อนมีเธอใกล้ๆสุขใจแค่ไหน แต่ก่อนรักกันยังไง เธอกับฉันพบกันที่ไหน Fmaj7 ถ้าหากเค้าถามว่ารักเธอมากแค่ไหน Dm Em Dm Em F7 G Am (คือสิ่งที่ฉันอยากตอบ / ถ้าอยากรู้ว่าทำไม นั่นแหละที่สิ่งที่ฉันจะตอบคำถาม) F G Am Am6 F Dm G วันที่เธอเลิกไปฉันไม่อยากจำจะเก็บรอยยิ้มของเธอ จะเก็บเธอไว้ในใจ จะจำว่าในครั้งหนึ่งเธอเคยรัก Am Am6 F7 G จะเก็บความรักของเธอ จะเก็บเอาไว้อย่างนี้ มันมีความหมายเหลือเกิน solo:C/G/Dm/F/C/C/G/Dm/F/G มันเศร้ามากๆเลยล่ะครับ ผมว่าแบบนี้มันเศร้ามากกว่าเรื่องที่เราคุยกันข้างบนซะอีก ทำไมถึงพูดแบบนี้เหรอครับ ก็ผมน่ะ เคยโดนแบบนี้มาน่ะซิครับ เฮ้อ...
พูดถึงเรื่องความรักทีไร เราต้องถอนใจกันทุกๆทีเลยซินั่น
ไม่พูดเรื่องความรักก็ได้ พักบ้างเล็กน้อย
เรามาคุยกันเรื่องที่พวกเราเล่าเรียนมากันบ้างดีกว่า เรื่องสภาพเศรษฐกิจตอนนี้น่ะครับ ในสายตาผมเนี่ยผมกลัวเรื่องราวที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้นี้มากๆ ถ้าเราจำกันได้ (ผมเชื่อว่าหลายๆคนน่ะลืม และก็ชินไปแล้ว) ภาวะขาดแคลนน้ำมันน่ะครับ มันส่งผลกระทบมากขึ้นๆอย่างที่คนเราไม่สังเกตุเลยนะครับ ผมพึ่งมาประสบกับตัวเองเร็วๆนี้ น้อยคนนักที่รู้ว่าเวลาน้ำมันราคาขึ้นมันส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจจริงๆขนาดไหน โอเคทุกคนรู้ว่าของแพงขึ้น เพราะค่าขนส่งมันมากขึ้น แต่นั่นมันเป็นแค่เสี้ยวเล็กๆน่ะซิครับ เพราะว่าผลกระทบจริงๆเนี่ยมันมีอีกมากมายน่ะซิครับ เพราะผลิตภัณฑ์ประจำวันที่เราใช่น่ะมาจากปิโตรเลียมมากกว่า 70 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ตัวนี้แหละครับที่ราคามันแอบเพิ่มขึ้นตามมาหนักกว่าค่าน้ำมันซะอีก โดยที่คนทั่วๆไปไม่รับรู้ ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์พวกนี้ที่กำลังจะส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจมวลรวมในอันใกล้นี้แน่ๆ
เรามาคุยเรื่องนี้ต่อกันอีกทีดีกว่า วันนี้ผมต้องไปแล้วเพราะว่าต้องไปดู Love Story in Harvard ต่อน่ะครับ พระเจ้าอวยพรครับ June 22 มนุษย์ต่างดาวขอโทษนะครับที่หายไปนาน (นานราว 2 สัปดาห์ได้มั้ง) พอดีว่าช่วงนี้ผมยุ่งอีกแล้วครับ (จริงๆก็ยุ่งมาเรื่อยๆ แต่ช่วงนี้มันยุ่งและเพลียครับ) เอาเป็นว่าไม่เป็นไรนะครับพี่ ผมกลับมาแล้ว และก็มานั่งวคุยด้วยในวันนี้นะครับ พี่สบายดีใช่มั้ยครับ ผมสบายเกือบดี โดยรวมเรียกว่าโอเคละกัน ที่บอกว่าเกือบดี เพราะมันไม่ได้ดีอย่างที่สุด แต่มันไม่ได้แย่ขนาดอยู่ไม่ไหว งานมันเยอะและก็เครียดมากขึ้นกระมังครับผมว่า ยิ่งโตไปความรับผิดชอบเราก็เพิ่มขึ้นไปตามเป็นเงาใช่มั้ยครับ? มันอาจจะเพิ่มมากขึ้นสำหรับคนที่มีภาระมากแบบผม... แต่ไม่เป็นไร... ผมสู้ได้แหละ ...ถึงแม้ว่า (ช่วงนี้) ยังไม่มีใครอยู่เคียงข้างกาย...
ผมไม่ใช่คนเจียมตัวอย่างเต็มร้อยครับ ผมเจียมแค่ครึ่งๆ คือผมจะเจียมเวลาผมจริงจังน่ะครับ แต่พอหมั่นไส้อะไรขึ้นมาตัวผมเองก็กลายร่างแน่ๆครับ ชูหางใหญ่เลยล่ะทีนี้ เวลาจะเจียมตัวนี่ผมเคยสังเกตุตัวผมเองครับ มันจะเป็นเวลาที่ผมจริงจังอย่างมากๆ เช่น ผมจะจีบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผมชอบมากๆ ตอนนั้นผมจะสูญเสีย Cool Factor ของตัวเองไปหมดเลย เจียมตัวขึ้นมาทันใด เวลาพูดอะไรก็จะพูดผิดๆ ทำอะไรเสร่อๆ พอพูดเสร็จก็ต้องเอามือตีหน้าผากทุกที ...นี่กูพูดอะไรไปเนี่ย เป็นอย่างนี้ล่ะครับ แต่ถ้าในงานการแข่งขันนี่ผมบอกตามตรงเลยครับ ถ้าผมดูแล้วว่าผมมาแน่ๆ ผมไม่เคยเจียมตัวเลย ผมเกิดมาเป็นอย่างไร ผมก็จะเป็นอย่างนั้นต่ออย่างเต็มร้อย...
พี่ล่ะครับ เป็นแบบเดียวกันกับผมหรือเปล่า?
พูดถึงเรื่องของคนมาเยอะแล้วครับ ทั้งในบ้านจริงของผม และก็บ้านที่เราร่วมกันสร้างหลังนี้ ผมมาคิดนะพี่ การเกิดเป็นคนนี่มันเหนื่อยยากแสนเข็ญในระดับหนึ่งจริงๆนะครับ ยิ่งโตๆ ก็ยิ่งเหนื่อยๆ ตอนเด็กๆไม่เห็นต้องคิดอะไรกันมากๆแบบนี้ พูดย้อนไปถึงตอนเป็นเด็ก ผมจะชอบเรื่องราวลี้ลับมากๆครับ ผี ปีศาจ ไดโนเสาร์ และ ก็แน่นอน มนุษย์ต่างดาว... พี่ชอบเรื่องพวกนี้มั้ยครับ? พี่ชอบมนุษย์ต่างดาวมั้ย?
ตอนเด็กๆนะครับ ผมไม่กลัวผี แต่ผมกลัวมนุษย์ต่างดาวล่ะ คือเวลานอกห้องเกิดเสียงอะไรกุกกักๆ ถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงจะคิดว่าเป็นผีหรืออะไรเทือกนั้น แต่ผมกลับคิดว่ามันเป็นมนุษย์ต่างดาวล่ะ แปลกดีมั้ย?
ผมยังเคยคิดไปเลยว่าอยากจะเจอมนุษย์ต่างดาวมากๆ เคยได้ยินเรื่องของนายอดัมสกี้มั้ยครับ เขาเล่าว่าเขาเคยเจอมนุษย์ดาวศุกร์ รูปร่างเหมือนคนบนโลกเรานี่แหละ แต่หน้าตาดีกว่า สวยกว่า!!! ...ผมก็อยากเจอนะครับ ผู้หญิงชาวโลกน่ะใจร้าย ทำร้ายผมมาเยอะเหมือนกัน อยากรู้จังว่าผู้หญิงดาวอื่นจะใจร้ายบ้างหรือเปล่า? May 31 แนวกูสำหรับผมเหรอครับพี่...
คำว่า พวกชอบแหกกฏ พวกหัวแข็ง พวกที่คิดไม่เหมือนชาวบ้าน ผมคิดยังไงน่ะเหรอครับ ผมว่ามันต้องแยกไปเป็นกรณีๆครับ ซึ่งกรณีที่ผมจะแยกออกไปนั้น มีทั้งที่ผม ชื่นชม และ รังเกียจ มาเริ่มกันอย่างง่ายๆดีกว่าครับ
ชื่นชม ผมชื่นชมคนที่คิดต่างจากคนอื่นในแง่ของการกล้าแสดงออก กล้าแสดงจุดยืนของตนเอง เป็นตัวของตัวเอง ...แต่ต้องไม่สร้างความลำบากใจ และ รำคาญแก่คนรอบข้าง ผทชื่นชอบคนแบบนี้ครับ
รังเกียจ ผมไม่ค่อยชอบพวกที่เป็นไปตามกระแสครับ ไม่ใช่ว่าการเป็นไปตามกระแสมันไม่ดี แต่บางทีไอ้การพยายามมากเกินไปเพื่อจะเป็นเหมือนคนอื่นสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยชื่นชมครับ อย่าง้ช่น คนบางกลุ่มพยายามที่จะไปฟังเพลงบางประเภท ดูหนังบางอย่าง เพื่อที่จะได้เป็นเหมือนๆคนอื่น ผมเลยรู้สึกว่า ถ้ามันฝืนตัวคุณเกินไป "ไม่ต้องทำก็ได้..." เป็นตัวของเราเองนี่แหละแนวสุดๆแล้ว
ผมพูดถึงคำว่าแนว เป็นเพราะหลายๆคนบอกผมว่าผมมีแนว ผมมานึกอยู่นานว่าตัวผมเนี่ยมันแนวไหน ในที่สุดหลังจากการคิดพยายามตรึกตรองอยู่นาน ผมก็ได้คำตอบ ใช่ผมเองก็เป็นเด็กแนว เป็นแนวที่เรียกว่า "แนวกู" คือผมเป็นพวกที่แต่งตัวอย่างที่กูอยากจะแต่งน่ะครับ ไม่ได้สนใจฤดูกาล ไม่ได้สนใจสายตาคนที่มอง (แต่ผมแต่งตามกาละเทศะนะครับ แน่ๆ) เพียงแต่ผมสามารถใส่เสื้อคอเต่าในวันที่ร้อนสุดๆเดินอยู่กลางแดด ร้อนน่ะใช่ แต่อยากใส่คืออีกเรื่อง... ผมถือว่าผมไม่ได้ไปรบกวนใคร ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครเลย ผมทำในสิ่งที่เป็นตัวเอง ดีที่ร้อนนี้ยังไม่มีโอกาสได้ใส่คอเลคชั่นคอเต่านี้เท่าไรนัก ผมมาเปลี่ยนแนวเป็นแนวแจ๊คเกตครับตอนนี้ อยู่ๆผมก็มาบ้าเสื้อแจ็คเกตมากๆ เห็นที่ถูกใจทีไรเป็นต้องซื้อทุกที แนวผมก็คงเป็นแบบนี้แหละครับ
เรื่องอื่นๆนอกจากการแต่งตัวนี่ก็เหมือนกัน อย่างหนังสือน่ะครับ ผมอ่านหนังสือหลากหลายแนวมากๆ แต่ผมยอมรับเลยล่ะครับ ว่าแนวที่โปรดที่สุดก็คือนิยายวิทยาศาสตร์ ผมอ่านได้เป็นวรรคเป็นเวร แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่สามารถอ่านหนังสือของ คาลิบ ยิบราน, ฟิลิป คอตเลอร์, สตีเฟ่น ฮอว์กิ้น หรือ นักเขียนอีกหลายๆแนว ผมอ่านได้ครับ และอ่านได้ดีด้วย เพียงแต่ผมไม่บ้าที่จะเอาไปยัดเยียดให้ใครอ่าน ผมเคยเจอคนประเภทหนึ่งที่อ่านเรื่องที่ชอบ มีนักเขียนที่ชอบ แล้ว... ก็พยายามเอาไปให้คนรอบตัวอ่าน พอคนรอบตัวไม่อ่าน ก็พาลไปต่อว่าเขาว่าไร้รสนิยม ไม่ติสท์... ผมว่าไม่ติสท์ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมยังรู้จักคนอีกหลายๆคนที่เขาอ่านหนังสือปรัชญายากๆ แต่เขาไม่ต้องออกมาตีโพย ตีพาย ว่าตัวเองมีความติสท์เสียเต็มประดา คนเราก็แปลกตรงนี้แหละครับ
หนังแนวก็เช่นกัน ผมยอมรับเลยว่าหนังแนวหลายๆเรื่อง ผมไม่ได้เข้าใจ Subliminal ที่เขาแฝงเอาไว้เลย ดูยังไงก็ไม่เข้าใจ แต่กับหนังตลาดบางเรื่องผมว่ามันสร้างคุณค่าทางจิตใจอย่างไม่ปวดหัวได้ง่ายกว่าน่ะครับ อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ชอบไปดูหนังกับคนอื่น ผมชอบไปดูคนเดียว เพราะผมจะได้มีเวลาคิด ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนทำหนังมา เขาดูหนังพวกนี้อย่างลุ่มลึก และ เป็นกลางจริงๆ เวลาคุยกันผมรู้เลยว่าคนนี้แหละนักวิจารณ์หนัง (ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ) มันต่างกันกับไอ้พวกพยายามดูหนังแนว ...แล้วไม่เข้าใจ ...แล้วก็พยายามตีความ ...แล้วก็เข้าใจอะไรๆเอง แล้วก็ยกหาง อวดอกว่าตัวกูนี่แน่ ตัวกูนี่เข้าใจ...
นานาจิตตังครับ หลุดออกไปเกือบพ้นคำถามพี่ซะแล้วซิ แต่ผมว่าคำตอบผมมันก็อยู่ในสิ่งที่ผมเขียนไปแหละครับ...
อะไรนะครับ...
พี่ไม่เข้าใจเหรอ...
ไม่แนวเลย... May 21 ชีวิตคนกรุงได้เห็นพี่เข้ามาตอบครั้งที่แล้ว รวดเร็วทันใจมากๆเลยนะครับ แสดงว่าช่วงนี้เริ่มจัดการตารางเวลางานได้มากขึ้นแล้วซิครับ สำหรับผมเองตอนนี้วุ่นวายมากๆในแต่ละวัน เวลาจะพักก็ลดลงเรื่อยๆ พยายามจะนอนให้ได้ 7 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อจะตื่นไปเล่นฟิตเนสตอนเช้า มันก็เริ่มลดลงมาเป็น 6 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงครึ่ง มันลดลงเรื่อยๆแปรผกผันกับงานที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมชอบนะครับ มันทำให้ผมมีความพยายาม และ ทะเยอทะยานมากขึ้นล่ะ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมถูกเติมคุณค่าลงไปมากขึ้นๆ งานทำให้ผมมีคุณค่ามากขึ้น...
ไม่ใช่ว่าผมชอบทำงาน หรือว่าเป็นพวก Workaholic นะครับ ผมออกจะเป็นพวกที่ชอบนอนอยู่เฉยๆด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่างานมันทำให้ผมได้ใช้สมอง ได้ใช้สิ่งที่เรียนมา และ ที่สำคัญมันทำให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองด้วยน่ะครับ แล้วพี่สาวผมล่ะคิดยังไงครับกับการทำงานเยอะๆ ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร?
พอมานึกถึงเรื่องงานต่างๆเนี่ยครับ ผมก็พาลไปนึกถึงไอ้สมัยที่ผมต้องทำงานอย่างเป็นเวลา ตอนที่ผมต้องแสดงตัวเป็นฟันเฟืองของบริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติระดับ Big Four ที่ผมเคยมีโอกาสได้ไปทำงานอยู่ที่นั่น งานที่ต้องทำทุกอย่างตามแบบแผน กับตัวผมเนี่ย ...มันไปกันไม่ได้เลย ...จริงๆแล้วผมเนี่ยครับ เป็นพวกชอบแหกกฎงานอะไรที่เขามีกฎวางไว้ ผมจำต้องไปทดลองความแข็งของกฏที่วางเป็นทุกที ไม่รู้ว่าทำไมถึงหัวขบฏขนาดนั้น สมัยเรียนก็เหมือนกัน ชั่วโมงที่ต้องเข้าเรียน ชั่วโมงที่ต้องเช็คชื่อ เป็นชั่วโมงที่ผมต้องท้าทายตัวเองทุกคราไป ...ผมจะชอบคิดว่า ถ้าโดดเรียนไป อาจารย์จะจับได้มั้ย ? นึกไปตอนนี้ผมก็ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่บ้าง
![]() ....................................................................................................................................
พูดถึงเรื่องฤดูที่ผมชอบนะครับ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมมันเริ่มที่ฤดูฝนก็จริง แต่ฤดูที่ผมชอบมากที่สุดก็คงเป็นฤดูเดียวกับพี่น่ะครับ ผมชอบฤดูหนาวล่ะ ถึงแม้ว่าฤดูหนาวทีไร ผมมักจะต้องถูกทิ้งอยู่คนเดียวทุกที ผมก็ยังชอบ ชื่นชม และ หลงใหลมันอย่างหัวปักหัวปำ ผมรักในเสน่ห์ลึกลับของฤดูหนาวครับ ฟ้าเทาๆที่แลมองขึ้นไปตอนเช้า อากาศเย็นๆที่โรยตัวปกคลุมรอบๆกายผม มันก่อให้เกิดอารมณ์หลงใหลอย่างพูดไม่ถูก อันนี้ซิครับที่อาจจะกล่าวได้ว่าผมติด ผมติดฤดูหนาวอย่างหนักเลยครับ
แต่ไอ้ฤดูที่เราชอบกันนี่มันก็มีข้อเสียนะครับ (หรือจะเรียกว่าเป็นข้อดีก็ไม่รู้...) มันมักจะทำให้เราเหงาอยู่ทุกครั้งไปเลยใช่มั้ยครับ พอมันเวียนมาถึงในแต่ละปีๆ ขนาดว่าพวกเราถูกจัดเป็นพวกผู้เสพย์ติดความเหงากันแล้ว เรายังอดว้าเหง่เพิ่มเติมในฤดูนี้กันไม่ได้เลย...
พี่เคยสังเกตุมั้ยครับว่า อากาศเย็น ฤดูหนาวในแต่ละปีๆ มันลดช่วงเวลาลงเรื่อยๆน่ะครับ อย่างปีที่ผ่านมาผมนับวันที่ผมเองเรียกว่าฤดูหนาวได้ 5 วันเองครับ อากาศเย็นมีเพียงแค่ 5 วัน ที่อากาศเย็นลดลงเรื่อยๆนี่มันคงเป็นผลจากความเจริญของคนเราเองนี่แหละครับ ทั้งตัดไม้ทำลายป่า ทั้งปล่อยควันผิด ทั้งสร้างเขื่อน มันไปกระทบกับธรรมชาติทั้งนั้น มันส่งผลให้ฝนก็ไม่ตกตามฤดูกาล อากาศก็ไม่เย็นอย่างที่ควรเป็น ...หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆที่ช่วยอำนวยความสบายให้แก่คนเราเอง อย่างเช่นเครื่องปรับอากาศที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อช่วยลดความร้อนให้กับคนเรา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสารเคมีที่ใช้อยู่ในเครื่องปรับอากาศ สาร CFC ที่แหละที่เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลก และ ทำให้โลกร้อนขึ้น
พี่เคยคิดเหมือนผมมั้ยครับ ว่ามนุษย์เรานี่แหละเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับประโยคนี้เป็นที่สุด
"เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย..."
May 18 บนเส้นโค้งๆของขอบฟ้า ...เมื่อมองมาจากยอดตึกในเมืองใหญ่สวัสดีครับพี่ ผมขอเริ่มประโยคแรกที่เราจะคุยกันไว้แบบนี้ละกัน
สวัสดี พอพูดถึงคำนี้ คำว่า สวัสดี มันก็พาลทำให้ผมนึกไปถึงวันแรกที่เราได้เจอกันจริงๆ สวัสดีครับพี่ นี่คือคำแรกที่ผมพูดกับพี่ ถ้าจำไม่ผิดนะ มันเป็นที่ห้องสโมสรนิสิต คณะบัญชี จุฬาฯ นะครับ บ่ายแก่ๆของการประชุม สโมฯ เราไปกองกันอยู่ปลายโต๊ะประชุม แน่นอนด้วยเหตุผลเดียวกัน เราเป็นพวกขี้เกียจเป็นจุดสนใจ ก็เลยมานั่งหลบๆกัน
มานับวันที่เรารู้จักกันแล้วนี่ ก็ล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 8 แล้วนะครับ เหมือนผ่านมาไม่นานนี้เลย...
ผมกับพี่นี่ เรามีความสัมพันธ์ที่แปลกดีกันจริงๆว่างั้นมั้ยครับ เราไม่ได้คุยกันตลอดเวลา แต่พอเราเจอกันเราก็นั่งคุยกันเป็นชั่วโมงๆ โดยที่มีเรื่องราวสารพันมาสานต่อกันเป็นวังวนต่อไปไม่รู้จบ ผมกับพี่นี่เราเกิดต่างกันเพียงไม่กี่เดือนเองนะ ถึงแม้ว่าที่เกิดของเราจะเกิดห่างกันกว่า 700 กม. พี่โชคดีที่เอนท์ติดเข้ามาก่อน ผมก็ดีใจที่จะได้เรียกพี่ว่าพี่ถึงแม้พี่จะอายุเท่าผมก็ตาม ผมไม่อยากแก่น่ะครับ
ตอนที่ผมชวนพี่มาเริ่มทำอะไรแปลกๆนี่ ผมไม่คิดเลยรู้มั้ยครับว่าพี่จะปฏิเสธ ผมรู้ว่าพี่ไม่ปฏิเสธผมแน่ๆ ไม่รู้ว่าทำไมมั่นใจขนาดนั้น อาจจะเป็นเพราะสายสัมพันธ์ระหว่างเราบางอย่างมั้งครับ ผมรู้ว่าพี่ต้องเข้าร่วมด้วยแน่ๆ ขอบคุณด้วยละกันนะครับที่ตอบรับ ผมเรียกงานเขียนชิ้นนี้ของพวกเราว่า blog เชิงทดลองนะครับ เพราะเรามาลองเขียนกันตามเท่าทีเวลาของเราสองคนจะอำนวย มาลองกันดูสักตั้งนะครับพี่
จะว่าไปช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลยนะครับ ผมมานั่งนึกๆดูเกี่ยวกับชีวิตของผม และ ฤดูฝน ไม่รู้ว่าพี่จะเคยสังเกตุมั้ย ชีวิตของผมมักจะเริ่มต้นตอนฤดูฝนทุกๆทีเลย
ผมมักจะมีโอกาสเริ่มงานใหม่ในต้นฤดูฝน ผมมักจะมีรักใหม่ตอนฤดูฝนแม้ผมจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม อาจจะเป็นเพราะว่าฝนช่วยเติมความเป็นตัวผมเองได้มากขึ้นมั้งครับ...
ผมเกิดในวันที่เป็นวันพืชมงคล วันที่เป็นตัวแทนของจุดเริ่มแห่งวิรุณกาล ผมเกิดในวันจันทร์ซึ่งเป็นวันแห่งธาตุดิน เวลาเม็ดฝนโรยตัวกระทบลงสู่พื้อดิน กลิ่นไอแห่งดินก็จะลอยฟุ้งขึ้นมาปนกับอากาศเย็นๆ ยิ่งยามที่เม็ดฝนหยุดทอดตัวลงมาสู่พื้นดิน ไอดินที่ลอยปนอากาศเย็นๆยิ่งน่าสูดดม ฝนได้พัดเอาความงามของดินออกมาอย่างเต็มที่ ฝนได้ดึงเอากลิ่นวิญญาณของดินออกมาด้วย นี่มั้งครับที่ฝนทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่ามีชีวิตมากขึ้น...
ไม่รู้ว่าพี่สาวผมมีความผูกพันกับฤดูไหนเป็นพิเศษรึเปล่าครับ ?
|
|
|